หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับสู่ สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
การวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบในโอลิมปิคที่ กรุงปักกิ่ง ปี 2008 PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Thursday, 10 September 2009 16:03
  • ผมไม่ได้เป็นโค้ช แต่ผมอยากเห็นวงการโค้ชฟันดาบของบ้านเราก้าวหน้าเพื่อให้โค้ชฟันดาบของเราสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ คู่แข่งของเราไม่ใช่โค้ชในบ้านเราด้วยกันเอง แต่เราจะต้องแข่งขันกับต่างประเทศ นั่นแหละคือเป้าหมาย  ผมได้รับอีเมล์จาก คุณ พีรภา  แหเกิด ผู้ปกครอง ซึ่งท่านได้ให้ความสนใจในพัฒนาโค้ชเป็นอย่างมาก และได้แนะนำว่า โค้ชที่มีอยู่ในเมืองไทยน่าจะรวมตัวกัน เพื่อช่วยหาวิธีการว่าเราจะพัฒนาโค้ชฟันดาบในบ้านเราให้ยกระดับสูงทัดเทียมกับมาตรฐานระดับโลกได้อย่างไร แม้ว่าคุณ พีรภาฯ จะไม่ได้เป็นโค้ช แต่ก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า นักกีฬาจะพัฒนาไปไม่ได้เลยถ้าขาดโค้ชที่มีคุณภาพ เพราะการพัฒนานักกีฬาความสามารถสูงนั้น ต้องขับเคลื่อนโดยโค้ช  ไม่ใช่ขับเคลื่อนโดยผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการทีม แต่ต้องขับเคลื่อนโดยโค้ช ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุน ช่วยเหลือเท่านั้น  นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมพยายามหาบทความที่ดีๆ มาตั้งเป็นประเด็นปัญหาบ้าง เพื่อให้โค้ชของเราหันมาถกแถลงกัน ถึงแม้ว่าโค้ชแต่ละค่ายจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไป เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่  ประเด็นหลักก็คือ การศึกษายุคใหม่เขาเรียนรู้จากความแตกต่าง เขาเรียนรู้จากการถกแถลงหาเหตุและผล หรือที่เรียกว่าเรียนแบบ โซเครติส นั่นคือตั้งปัญหา แล้วถกแถลงหาเหตุและผล ซึ่งวิธีการเรียนแบบนี้จะเห็นว่านักเรียนกับครู สามารถถกแถลงหาเหตุและผลร่วมกัน หาสาเหตุแห่งปัญหา และหาแนวทางแก้ไข ซึ่งวิธีการเช่นนี้พิสูจน์ว่าเป็นการเรียนที่ได้ผลดีที่สุดตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน  แม้ในวิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐฯ ก็ได้ใช้วิธีการนี้สอนกัน หากท่านได้ไปเห็นเขาเรียนแล้วท่านจะงง เพราะว่า ไม่มีการสอนในห้องเรียนเสียด้วยซ้ำ แต่เขาจะให้นักศึกษาไปอ่านเอง พร้อมกับประเด็นปัญหาที่นักศึกษาจะต้องค้นคว้าแล้วนำมาถกแถลงในห้องสัมมนา เชื่อไหมว่าการเรียนแบบนี้แม้ครูก็เรียนจากนักศึกษา นักศึกษาก็เรียนจากครูในห้องสัมมนา ครูเพียงแต่แนะนำและตั้งประเด็นวิเคราะห์นิดหน่อยเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นการถกแถลงกัน  วิธีการเรียนอย่างนี้เขาเรียกว่า การเรียนแบบ Critical Thinking ซึ่งนักเรียนจะรู้จักวิธีคิด วิธีวิเคราะห์ และสังเคราะห์   และเขาก็ไม่ถือว่า ใครผิดใครถูก แต่เขาต้องการให้เกิดความคิดสร้างสรรค์  หากเราต้องการไปอยู่ข้างหน้า เราต้องมีเทคนิคของตนเอง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะคิดเองทั้งหมด เพียงเราใช้เหตุใช้ผลพิจารณา แล้วก็ลองนำไปทดสอบดูในสนามประลอง สนามประลองนี่แหละคือห้องแล็บของเรา ทำอย่างนี้วงการฟันดาบของเราก็จะไม่หยุดนิ่งมีการพัฒนารูปแบบเป็นของตน แต่ตอนนี้การฟันดาบของเรายังไม่แข็งพอก็จะต้องเดินตามเขาไปก่อน เมื่อไรที่นักดาบและโค้ชของเราถึงขั้นคิดเทคนิคและยุทธวิธีเองเมื่อนั้น เราไปอยู่ข้างหน้าแน่นอนครับ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันการฟันดาบระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลีมีมานานแล้วตั่งแต่ศตวรรษที่ 15  การแข่งขันกันนี้ก่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบอาวุธและเทคนิคการฟันดาบในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
  • เอาละที่ผมกล่าวมาก็เพื่อให้เข้าใจว่าที่ผมต้องหาบทความวิเคราะห์มาแปลให้พวกเราอ่านกันก็เพราะอยากให้พวกเราวิเคราะห์และถกแถลงกัน หากเห็นว่าดีก็ลองนำไปทดลองดู แต่หากเห็นว่าไม่ดีไม่ถูกต้องก็สามารถส่งอีเมล์มาโต้แย้งให้เหตุผลกันหน่อยว่าทำไมจึงเห็นว่าวิธีการวิเคราะห์หรือวิธีการฝึกของเขาไม่ถูกต้อง เพราะเราจะสามารถเรียนรู้ได้ดีจากความเห็นที่แตกต่างกันนั่นแหละ ทีนี้เรามาดูการวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบของโค้ชแคนาดา ชื่อ Ildemaro Sanchez, Jean-Marie Banos และ Gabor Salamon ในการวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิคปี 2008 ที่นครปักกิ่ง กันดูซิว่าเขาวิเคราะห์ได้น่าฟังเพียงใด แล้วโค้ชของเราสามารถวิเคราะห์ได้เช่นเขาหรือไม่?

 

เขาตั้งปัญหาว่า องค์ประกอบแห่งความสำเร็จในการได้แต้มของการฟันดาบนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง ?  หากเราสามารถทราบถึงองค์ประกอบเหล่านี้ เราก็ย่อมสร้างแบบฝึกเพื่อให้สามารถสร้างองค์ประกอบเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในขณะแข่งขัน นี่ก็จะเพิ่มโอกาสให้นักดาบของเราประสบความสำเร็จในการทำแต้มได้ องค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการได้แต้มมี 6 องค์ประกอบคือ

  1. วิธีการเลือกกระทำ (logical Choice of an action) การเลือกว่าจะทำอะไรในการแข่งขันถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และการที่จะเลือกว่าจะทำอะไรในการแข่งขันนั้นขึ้นอยู่กับ (1) การตอบสนองของนักดาบฝ่ายตรงข้ามที่ได้กระทำในยกก่อน ซึ่งจะทำการประเมินทันทีเมื่อสิ้นสุดยก (2) กลยุทธที่ได้ตระเตรียมไว้แล้ว สำหรับในดาบเซเบอร์จากสถิติพบว่าหลังจากคำสั่งให้เริ่มเล่น ผู้แข่งขันจะแลกการกระทำฟันดาบภายในเวลาเพียง 2-6 วินาทีเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลว่าการเลือกกระทำของนักดาบเซเบอร์ว่าจะเลือกทำอะไรนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของคู่แข่งในยกก่อน ในขณะที่ดาบเอเป้และฟอยล์ นักดาบจะแลกเปลี่ยนการกระทำฟันดาบโดยเฉลี่ยภายหลังเวลาผ่านไป 20-60 วินาที ดังนั้นการเลือกว่าจะทำอะไรของดาบเอเป้และฟอลย์นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันในยกนั้น  
  2. ความพร้อมเพรียงทางเทคนิค (Technical Coordination) หมายถึงความสามารถใช้เทคนิคดาบที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้แต้มให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามการได้แต้มนั้นยังขึ้นอยู่กับระยะที่ถูกต้อง เวลา จังหวะ และ สิทธิด้วย ดังนั้น องค์ประกอบทางเทคนิคจะต้องพร้อมเพรียงไปกับองค์ประกอบอื่นๆ จึงจะทำให้การกระทำของนักดาบประสบความสำเร็จ ดังนั้นเพียงแค่ใช้เทคนิคดาบที่ถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้
  3. ระยะ (Distance) การกระทำฟันดาบจะประสบความสำเร็จได้ยังขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างคู่แข่งขัน ดังนั้นคู่แข่งทั้งสองฝ่ายจึงต้องเล่นกับเกมส์ทางระยะที่เหมาะสมของตนด้วย เขาจะต้องเล่นกับระยะจนกว่าจะได้ระยะที่เหมาะสมจึงจะตัดสินใจกระทำตามกลยุทธ์ที่กำหนด
  4. เวลา (Timing) เวลามีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับระยะ  นักดาบจะต้องกระทำในเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสม นักดาบที่แม้จะรวดเร็วแต่กระทำในเวลาที่ไม่ถูกต้องก็ไม่อาจจะได้แต้ม
  5. จังหวะ (Rhythm)  จังหวะหมายถึงความเปลี่ยนแปลง ระหว่างการเตรียมการ กับ การกระทำจริง  เช่น ขณะเข้าทำจะช้า แต่พอทำจริงเร็วมาก (Slow-Fast) ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงการกระทำจะเร็วหรือช้านี่แหละคือการกำหนดจังหวะของการฟันดาบ
  6. การตัดสินใจ (Authority) มันหมายถึง การตัดสินใจในการกระทำว่าจะทำเมื่อใดและเร็วเท่าใด  การตัดสินใจนี้จะเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงองค์ประกอบอื่นๆ เข้าด้วยกัน จะเป็นการวัดความสามารถในการตัดสินใจของนักดาบผู้นั้น และการตัดสินใจนี้จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ซึ่งในการเล่นดาบนั้นเร็วมาก การคิดคำนวณต่างๆ ขององค์ประกอบที่ได้กล่าวมาแล้วจะต้องเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และการตัดสินใจถือเป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่จะเป็นต้ววัดว่าสิ่งที่ได้คำนวณนั้นเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่

ดังนั้นเพื่อให้การวัดขีดความสามารถของนักดาบว่าพร้อมที่จะลงแข่งขันมากเพียงใด และยังจะต้องปรับปรุงอะไร โค้ชในขณะฝึกซ้อมจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่า องค์ประกอบทั้ง 6 ของนักดาบนั้นสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่ และนักดาบผู้นั้นยังขาดอะไร

Last Updated on Wednesday, 30 September 2009 19:38
 
เทคนิคการวิเคราะห์เพื่อตัดสิน PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Wednesday, 09 September 2009 20:29

เก็บตกจาก Canadian Referee Manual

การวิเคราะพ์ของผู้ตัดสินเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของอาชีพการเป็นผู้ตัดสินในกีฬาฟันดาบ ถามว่าผู้ตัดสินระดับโลกนั้นเขาใช้เทคนิคในการวิเคราะห์อย่างไรก่อนที่จะตัดสินให้แต้ม ซึ่งเรื่องนี้น่าจะดูคู่มือการตัดสินของแคนนาดาซึ่งน่าสนใจมาก ซึ่งต่อไปน่าจะสามารถนำมาปรับปรุงใช้กับของเราได้ไม่มากก็น้อย

 

 

 

  1. อันดับแรก ผู้ตัดสินเมื่อสั่งหยุดยก จะต้องวิเคราะห์อย่างรวบรัดในการกระทำช่วงสุดท้ายของคู่แข่งขันทั้งสองฝ่าย โดยจะต้องคำนึงถึงการกระทำฟันดาบ (fencing actions) เท่านั้น การกระทำฟันดาบนั้นแตกต่างไปจากกิจกรรมของคู่แข่ง ซึ่ง FIE ได้กำหนดการกระทำฟันดาบไว้จำนวนไม่มากในคู่มือการตัดสิน เช่น การเข้าทำ การรับ การตอบ ฯลฯ นี่คือ การกระทำฟันดาบ แต่เนื่องจากการกระทำฟันดาบได้ถูกกำหนดความสำคัญไว้แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ตัดสินจะต้องคำนึงถึงการกระทำที่นักดาบได้กระทำจริงแล้วสามารถนำไปสู่การตัดสินให้แต้มเท่านั้น
  2. อันดับสอง ผู้ตัดสินจะต้องชี้ให้ช้ดว่าการกระทำฟันดาบที่ผู้เล่นกระทำนั้นคือการกระทำอะไร เช่น  (1) Point in Line (2) Attack (3) Riposte  (4) Counter Attack (5) Remise / Reprise / Redoublement

ในดาบเซเบอร์และฟอยล์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กำหนดว่าฝ่ายใดเป็นผู้เข้าทำ หรือ การกระทำ Attack เพราะว่าผู้เข้าทำจะได้รับสิทธิในการพิจารณาก่อนว่าจะได้แต้มหากพบว่าไฟตัดสินแสดงทั้งสองข้าง  อย่างไรก็ตามการกำหนดว่าใครเป็นผู้เข้าทำนั้น ไม่สามารถพิจารณาได้จากการดูจากผู้แข่งขันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะต้องดูจากความสัมพันธ์ระหว่างกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ตัวอย่างเช่น  นาย ก. กำลังแข่งกับ นาย ข.   นาย ก. ลันจ์ในขณะที่ยืดแขนจนสุดก่อนที่ขาหน้าจะแตะพื้น จึงมีคำถามว่า นาย ก.กำลังทำอะไร ?   คำตอบก็คือ ยังไม่สามารถบอกได้เพราะมันมีได้หลายกรณี  เช่น กรณีที่ 1  ถ้านาย ข หยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนที่ และอยู่ในท่าจดดาบ อย่างนี้แน่ชัดเลยว่านาก ก. เป็นผู้เข้าทำ  กรณีที่ 2  แต่ถ้าก่อนที่นาย ก. จะเริ่มลันจ์ปรากฎว่านาย ข.ทำการลันจ์ และยืดแขนตรงก่อน อย่างนี้ถือว่านาย ก. กำลังโต้การเข้าทำ กรณีที่ 3 ถ้านาย ข. ไม่เคลื่อนที่ และอยู่นอกระยะลันจ์ของนาย ก  อย่างนี้เรียกว่านาย ก. ทำ Point in Line  ในตัวอย่างนี้การกระทำของนาย ก. สัมพันธ์กับนาย ข นั้นมีผลต่อการวิเคราะห์ของผู้ตัดสินได้ถึง 3 กรณี 

สิ่งที่สำคัญดังต่อไปนี้ใช้พิจารณาว่า การกระทำของนักดาบถือว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิการเข้าทำหรือไม่ให้พิจารณาจาก

  1. ดูให้ทันว่าใครเป็นผู้ริเริ่มการรุกซึ่งหมายถึงการที่ก้าวเข้าหาคู่แข่งโดยไม่หยุด แต่ถ้าคุณกำลังก้าวเข้าหาคู่แข่งแต่คู่แข่งของคุณขณะกำลังถอยกลับเดินหน้าแล้วทำให้คุณหยุดชงักอย่างนี้การรุกของคุณก็ถือว่าสิ้นสุดแล้ว 
  2. นอกจากดูการรุกแล้ว ผู้เข้าทำจะต้องแสดงท่าทีว่ากำลังยืดแขนออกไปจากตัวโดยไม่มีท่าทีว่าจะดึงกลับ และดาบของเขากำลังคุกคามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง  
  3. การเข้าทำถือว่าเข้าทำจบลงเมื่อ ถูกรับดาบ หรือ พลาดเป้า หรือ ลงดาบไม่ถึงเป้า หรือ เมื่อเท้าหน้าถึงพื้นเมื่อทำการลันจ์
  4. ให้ดูการคุกคามเป้า ซึ่งหมายถึง อันดับแรก ให้สังเกตุจากระยะระหว่างนักดาบทั้งสอง โดยถ้าฝ่ายตรงข้ามของคุณอยู่ในระยะก้าวเท้าแล้วลันจ์ อย่างนี้ถือว่าคุณอยู่ในระยะที่พิจารณาได้ว่าสามารถรับสิทธิการเข้าทำเขาได้ แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามของคุณไม่อยู่ในระยะดังกล่าวแล้วคุณไม่ถือว่าได้รับสิทธิเข้าทำ อันดับสอง ปลายดาบของคุณจะต้องมีทิศทางตรงไปยังเป้าหมายในขณะที่คุณรุกไล่

ปัญหาที่ผู้ตัดสินควรระมัดระวังก็คือ ไม่ว่าการตัดสินในแต้มแรกหรือแต้มสุดท้าย ผู้ตัดสินต้องใช้ความระมัดระวังที่เท่ากัน ไม่ใช่ว่าในแต้มสุดท้ายแล้วผู้ตัดสินใช้ความระมัดระวังมากกว่าการตัดสินในแต้มแรกๆ (เพราะเรื่องนี้มีคนวิจารณ์มากในเรื่องนี้ว่าในแต้มสุดท้ายควรให้ความระมัดระวังให้มาก) และอีกปัญหาก็คือ การตัดสินให้ทั้งคู่เข้าทำพร้อมกัน ซึ่งเห็นบ่อยมาก แต่ถ้าหากผู้ตัดสินที่ให้นักดาบเข้าทำพร้อมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินที่มันควรจะเป็น ผู้ตัดสินชนิดนี้เป็นผู้ตัดสินที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้ตัดสินที่ดีเขาวิเคราะห์ให้ทั้งคู่เข้าทำพร้อมกันในกรณีที่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้เริ่มทำก่อน หรือ ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่านักดาบทั้งคู่เข้าทำได้ถูกต้อง

 

Last Updated on Tuesday, 15 September 2009 00:17
 
กฏจริยธรรมของผู้ตัดสิน (Code of Ethics) PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Wednesday, 09 September 2009 17:42

ผมได้มีโอกาสอ่าน Code of Ethics หรือ กฎจริยธรรมของผู้ตัดสินที่กำหนดโดยสหพันธ์ฟันดาบแคนาดาเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับวงการผู้ตัดสินของประเทศไทย  เพราะหัวใจสำคัญของการเล่นกีฬาก็คือ การมีผู้ตัดสินที่ได้มาตรฐาน สามารถให้ความยุติธรรมต่อนักดาบเท่าเทียมกันไม่ว่า นักดาบผู้นั้น จะมาจากชมรมได พื้นฐานของกฎจริยธรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีประวัติยาวนานมาจากกฎของการดวลดาบกันในประวัติศาสตร์ ซึ่งประกอบ(1) หลักคุณธรรม (2) หลักความสามารถ (3) หลักความรับผิดชอบ (4) หลักแห่งเกียรติภูมิ

หลักคุณธรรม 

  •  ผู้ตัดสินจะต้องรักษาความเป็นกลาง
  • ผู้ตัดสินควรจะรับงานเมื่อตนเองไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับคู่แข่งขัน
  • ผู้ตัดสินควรแสดงตัวทันทีหากว่าตนมีผลประโยชน์ร่วมกับคู่แข่งขัน เช่น อยู่ในชมรมเดียวกันกับคู่แข่งขัน ฯลฯ
  • ผู้ตัดสินจะต้องไม่แสดงความเกี่ยวข้องกับ ชมรมหรือนักกีฬาระหว่างการแข่งขัน
  • ผู้ตัดสินจะต้องไม่ทำหน้าที่โค้ชหรือช่วยนักกีฬาระหว่างการแข่งขัน
  • ผู้ตัดสินจะต้องเคารพผู้ตัดสินด้วยกันเอง และไม่ควรแสดงการไม่ยอมรับการตัดสินของกรรมการคนอื่นต่อหน้าสาธารณะชน

 

หลักความสามารถ

  • ผู้ตัดสินจะต้องรอบรู้เรื่องกฎ
  • ผู้ตัดสินจะต้องรู้จักใช้กฎ
  • ผู้ตัดสินจะต้องติดตามกฏอย่างต่อเนื่องและตีความกฎอย่างทันสมัย
  • ผู้ตัดสินต้องเข้าร่วมการสัมมนาผู้ตัดสินตามระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ตัดสินจะต้องให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการผู้ตัดสินเกี่ยวกับกฎกติกาที่เป็นปัญหาต่อการตัดสิน

หลักความรับผิดชอบ

  • ผู้ตัดสินจะต้องอยู่พร้อมที่จะรับหน้าที่ตัดสินตลอดระยะเวลาที่เริ่มรายงานตัวจนกระทั่งการรายงานตัวออก
  • ผู้ตัดสินจะต้องไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายจิตใจและร่างกายของตนเองซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่
  • ผู้ตัดสินจะต้องตรวจสอบเวลารายงานตัวต่อผู้จัดและจะต้องปรากฎตัวล่วงหน้าครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มรอบแข่งขัน
  • ผู้ตัดสินจะต้องอยู่ภายในบริเวณที่สามารถได้ยินการประกาศเรียก
  • ผู้ตัดสินจะต้องใช้กฏกติการฟันดาบอย่างซื่อสัตย์
  • ผู้ตัดสินจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของแต้มใน Score Sheet และนักกีฬาลงชื่อรับรอง ส่งมอบให้ผู้อำนวยการเทคนิคในทันทีเมื่อสิ้นสุดการแข่ง

 หลักแห่งเกียรติภูมิ

  • ผู้ตัดสินต้องแต่งกายสุภาพและเหมาะสมตลอดเวลาโดยใส่เบเซอร์ กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น ผูกเน็คไทท์
  • ผู้ตัดสินจะต้องงดการมีส่วนร่วมเล่นอึกทึกหรือการแสดงใดระหว่างพัก
  • ผู้ตัดสินจะต้องแสดงอำนาจ แต่จะต้องไม่ยั่วยุ
  • ผู้ตัดสินจะต้องปฎิบัติตัวในแนวทางที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับความเคารพจากนักกีฬา
  • ผู้ตัดสินจะต้องคุ้นเคยกับหน้าที่ตามข้อ t.35
  • ผู้ตัดสินจะต้องอาสาออกจากการตัดสินถ้าตนไม่มีความสามารถในการตัดสินต่อไปได้
Last Updated on Friday, 02 October 2009 19:08
 
การเข้าทำซ้อน เข้าทำซ้ำ และการกลับเข้าทำ PDF Print
Written by พ.อ.จักราวุธ โสมภีร์   
Wednesday, 09 September 2009 00:03

ในการปฏิบัติการเชิงรุก โดยปกตินั้น จะประกอบไปด้วยการเข้าทำ (Attack) การตอบโต้ (Reposte) และการโต้ตอบ (Counter Reposte) แต่ที่สร้างความสับสนให้กับผู้ตัดสินมากที่สุด คือการเข้าทำที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นปฏิบัติการเชิงรุกแบบอื่นๆ (Other offensive actions) อันประกอบด้วยการเข้าทำซ้อน (The remise ) การเข้าทำซ้ำ (The redoublement ) และการกลับเข้าทำ (The reprise of the attack ) ในกติกาของ FIE ได้ให้คำจำกัดความไว้ดังนี้

 

The remise การเข้าทำรีมีส ทำซ้อน

A simple and immediate offensive action which follows the original attack, without withdrawing the arm, after the opponent has parried or retreated, when the latter has either quitted contact with the blade without riposting or has made a riposte which is delayed, indirect or compound.

การเข้าทำจังหวะเดียวอย่างทันทีทันใดในการปฏิบัติการเชิงรุก ซึ่งทำต่อจากการเข้าทำเริ่มแรกโดยไม่ได้ดึงแขนกลับ หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามได้รับดาบหรือถอยแล้วได้ผละออกจากการปะทะ โดยมิได้ใช้ดาบทำการตอบโต้ หรือชักช้าในการทำตอบโต้ไม่ว่าจะเป็นแบบกระทำนอกแนวหรือแบบผสมก็ตาม

The redoublement การเข้าทำรีดับเบิ้ลมองต์ ทำซ้ำ

A new action, either simple or compound, made against an opponent who has parried without riposting or who has merely avoided the first action by retreating or displacing the target.

เป็นการปฏิบัติการใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทำจังหวะเดียวหรือแบบผสมก็ตาม ที่กระทำต่อฝ่ายตรงข้ามที่รับดาบ ซึ่งมิได้ตอบโต้ หรือได้แต่เพียงหลีกเลี่ยงการปฏิบัติการครั้งแรก ด้วยการถอยหรือการหลบเลี่ยงเท่านั้น

The reprise of the attack การเข้าทำรีปริสการกลับเข้าทำ

A new attack executed immediately after a return to the onguard position.

การกลับเข้าทำใหม่ที่กระทำทันทีทันใดหลังจากการกลับไปสู่ตำแหน่งจดดาบแล้ว (Onguard)

โดยสรุปแล้วผมเชื่อว่าผู้ตัดสินส่วนใหญ่เมื่ออ่านจากคำแปลแล้ว ก็ยังไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง  Remise (การเข้าทำรีมีสทำซ้อน ) กับ Redoublement (การเข้าทำรีดับเบิ้ลมองต์ ทำซ้ำ) ได้อย่างชัดเจน  ส่วน Reprise of the attack (การเข้าทำรีปริสการกลับเข้าทำ)คงไม่มีปัญหาเพราะมีความชัดเจนในตัวแล้ว สำหรับภาษาไทยที่แปลมานั้นโดยปกติไม่ได้ใช้ในการตัดสินและก็ไม่ต้องจำหรอกครับ แต่ที่ผมต้องเขียนกำกับมาก็เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหาของกติกาและให้รู้ว่าภาษาไทยของเรานั้นก็มีความลึกซึ้งของภาษาที่สามารถรองรับคำเหล่านี้ได้ ผมเองก็ไม่ได้บัญญัติคำเหล่านี้ขึ้นมาเอง แต่ได้นำคำเหล่านี้จากยอดปรมาจารย์ทางดาบได้แปลไว้คือท่านอาจารย์ภูมิ  หุราพันธุ์ มาเป็นบรรทัดฐาน สำหรับวิธีการที่แยกความชัดเจนของ Remise และ Redoublement ง่ายๆคือ

Remise การทำซ้ำโดยที่มีการเปลี่ยนแนวดาบ (คู่ต่อสู้รับดาบแต่ไม่ตอบ/ตอบช้า /ถอยไม่ตอบ)

Redoublement การทำซ้ำโดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแนวดาบ (คู่ต่อสู้รับดาบแต่ไม่ตอบ/ตอบช้า /ถอยไม่ตอบ)

ตามที่ผมอธิบายนี้เป็นไปตามกติกาของ FIE ที่ต้องยึดถือในการตัดสิน แต่ถ้าเป็นในแง่มุมของปรมาจารย์ดาบเซเบอร์ทั้งของอิตาลี และฝรั่งเศส ที่เชี่ยวชาญทั้งหมดจะไม่เห็นด้วยกับคำจำกัดความที่ FIE กำหนดขึ้น เรื่องนี้คงต้องขอให้คุณอานนท์ในฐานะหัวหน้าผู้ตัดสินนำมาเล่าอีกทีหนึ่ง


Last Updated on Saturday, 12 September 2009 11:51
 
สูตรวิเคราะการเคลื่อนที่สำหรับผู้ตัดสิน PDF Print
Written by พ.อ.จักราวุธ โสมภีร์   
Friday, 28 August 2009 22:56

การวิเคราะห์ การเคลื่อนที่

ท่านที่เป็นผู้ตัดสิน  ลองดูสูตรวิเคราะห์การกระทำของนักดาบทั้งสองฝ่าย ที่มีโอกาสเป็นไปได้ 7 กรณี จะทำให้ท่านมีหลักและสร้างความชำนาญในการดูความเร็วของการเข้าทำได้มากขึ้น ข้อความสีม่วงอ่อนนั้นผมเขียนอธิบายขยายความในสูตรเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และให้เข้าใจดียิ่งขึ้น

  

 


Last Updated on Tuesday, 08 September 2009 23:56
Read more...
 


Page 206 of 207

ผู้สนับสนุน

 
 
T.F.F. LOGO Final

ผู้ที่ออนไลน์ขณะนี้

We have 20 guests online

เว็ปไซต์ฟันดาบที่น่าสนใจ