หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับสู่ สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
ทฤษฏีกับการพัฒนาความสามารถครูดาบ PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Tuesday, 29 September 2009 00:00

ที่มาของทฤษฏีดาบและความจำเป็น คุณคิดว่าโค้ชจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีความเข้าใจในทฤษฏีดาบ  อาจมีโค้ชหลายท่านโต้แย้งบทความนี้ของผมว่าไม่เห็นจะต้องมีทฤษฏีดาบเท่าใดผมก็เป็นโค้ชที่สั่งสอนนักกีฬาจนมีความสามารถได้ บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่าทฤษฎีดาบมีความสำคัญมากเพียงใดต่อการพัฒนาความสามารถของครูดาบและปรมาจารย์ดาบ สำหรับทฤษฏีมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Theory หรือมาจากรากศัพท์  Latin ว่า theōria แปลว่า To see clearly. นั้นหมายความว่าทฤษฎีทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆอย่างชัดเจนมากขึ้น  เปรียบได้เหมือนกับเราจะทำความเข้าใจการทำงานของรถยนต์ สิ่งแรกก็คือ เราจะต้องทำความเข้าใจของส่วนประกอบของรถยนต์ด้วยการถอดมันเป็นชิ้นๆ จากนั้น จึงทำความเข้าใจในการทำงานของมัน หากถามว่าเมื่อเข้าใจการทำงานแต่ละชิ้นแล้วรถยนต์ทำงานได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่   ดังนั้นเราจึงต้องนำชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบกลับคืนเป็นรถยนต์ใหม่อีกครั้ง แล้วลองสตาร์ทเครื่องยนต์ดูว่ามันทำงานได้หรือไม่ ทฤษฎีการทำงานของเครื่องยนต์จึงมีประโยชน์มากทั้งในการทำความเข้าใจในแต่ละส่วน และการทำงานร่วมกันของส่วนประกอบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากขาดซึ่งทฤษฏีก็ยากที่จะทำการศึกษาเข้าใจการทำงานของรถยนต์ได้อย่างลึกซึ้ง พูดง่ายๆก็คือ หากไม่มีการเรียนทฤษฏีก่อนการถอดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์จะทำได้ยากยิ่งโดยเฉพาะช่างเครื่องยนต์มือใหม่ย่อมทำได้ยากมาก และเมื่อมีความเข้าใจในการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ เป็นอย่างดีแล้วก็จะเกิดแนวคิดในการพัฒนาชิ้นส่วนเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทดแทนชิ้นส่วนเดิม ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าครูดาบและปรมาจารย์จึงต้องผ่านการสอบและเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในทฤษฏีดาบ เพราะครูดาบและปรมาจาร์ย์ดาบไม่ใช่แค่เป็นผู้ฝึกสอนเท่านั้น แต่เขาคือแนวหน้าของผู้ค้นคิดยุทธวิธีดาบแบบใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน หากเราไม่สนใจในทฤษฎีดาบก็เหมือนกับการเรียนการถอดประกอบเครื่องยนต์โดยไม่มีคู่มือซ่อมรถ จึงยากที่ครูดาบจะสามารถพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ได้ ทฤษฎีดาบจึงเป็นเหมือน Manual ของการฟันดาบให้ผู้สนใจศึกษาสามารถแยกแยะส่วนประกอบของการฟันดาบได้อย่างชัดเจนนั่นเอง   ทีนี้เรามาดูทฤษฏีดาบดังต่อไปนี้กันดูว่าจะช่วยให้ท่านมีความเข้าใจการฟันดาบมากยิ่งขึ้นขนาดไหน


Last Updated on Saturday, 03 October 2009 05:24
Read more...
 
วิเคราะห์ข้อสอบ 0011 PDF Print
Saturday, 12 September 2009 16:47

วิเคราะห์ข้อสอบ

วันละข้อ/วันละดาบ

ดาบทั่วไป

 

นักดาบมาแสดงตัวบนสนามประลองเพื่อลงแช่งขันปรากฎว่าไม่มีเสื้อเกราะป้องกันชั้นใน (Protective Plastron) และเมื่อตรวจอาวุธพบว่าดาบไม่ผ่านการตรวจอีก กรณีดังกล่าวนักดาบจะถูกลงโทษอย่างไร

  • ก.ใบเหลืองสำหรับไม่มีเสื้อเกราะชั้นใน และใบเหลืองสำหรับอาวุธที่ไม่ผ่านการตรวจ
  • ข.ใบแดง (เสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม)
  • ค.ใบเหลืองสำหรับอาวุธที่ไม่ผ่านการตรวจ และให้นักดาบไปหาเสื้อเกราะชั้นในมาใส่

ตามมาตรา 114 ระบุไว้ว่า ถ้านักดาบทำผิดในเวลาเดียวกันหลายๆอย่างจะเลือกลงโทษในรายการที่หนักที่สุดก่อน ในกรณีนี้เป็นการทำผิดในกลุ่มเดียวกันคือเป็นความผิดในกลุ่มที่ 1 การแต่งกายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตาม มาตรา t 43.1e, ดาบไม่ผ่านเกณฑ์ t 44.3, ปราศจากเสื้อเกราะอ่อน t 45.1 ให้ทำการเตือนโดยให้ใบเหลือง ข้อที่ถูกสุดคือข้อ ค.  ส่วนข้อ ก.และข้อ ข.ที่จริงแล้วเหมือนกัน การให้ใบเหลืองสองครั้งก็คือใบแดง เป็นการเสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม


Last Updated on Sunday, 13 September 2009 09:24
 
การพัฒนาให้สมาคมและชมรมกีฬาฟันดาบ ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน PDF Print
Written by น.ท.มนตรี ศิริไพศาล ร.น.   
Tuesday, 01 September 2009 12:56

จากการสัมมนาที่ ม.หอการค้าที่ผ่านมา มีคำถามอันหนึ่งที่น่าสนใจ ว่า จะทำอย่างไรให้ชมรมยั่งยืน

ผมได้ให้ความหมาย ความยั่งยืนของชมรมเกิดจากการรวมตัวอันหนาแน่นและจิตใจมุ่งมั่นที่จะเล่นกีฬาฟันดาบ

ที่นี้การการรวมตัวอันหนาแน่นของคนในชมรมเกิดจากอะไร การรวมตัวอันหนาแน่นของคนในชมรมควรจะมีแกนนำหรือแกนกลางของชมรม นั้นคือ ครูดาบ รวมทั้ง ผู้อุปถัมภ์ชมรม แบบที่ชมรมจุฬาภรณ์ เรียกว่าซุปเปอร์แม่ ที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับลูกศิษย์นักดาบของตนเอง อย่างจิตที่มีใจอยากเห็นความก้าวหน้า

แต่ในโลกแห่งโลกาภิวัฒน์ ปัจจัยในเรื่องของรายได้ ค่าดำเนินการก็มีความสำคัญสำหรับตัวครูดาบ นักกีฬาเช่นกัน ที่นี้ปัจจัยที่กล่าวถึงนั้น ผมพบว่าสามารถหาได้ตามท้องถิ่นของชมรมที่ตั้งอยู่

 คือชมรมขอรับการสนับสนุนเงินสนับสนุน จากผู้สนับสนุนในท้องถิ่นได้ เช่น กรมประชาสงเคราะห์เดิม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาล อบต. หรือ จากมูลนิธิ หรือองค์กรที่สนับสนุนอื่นๆ เช่น สสส. 

หากการจัดตั้งชมรมเกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชนนั้นๆ และก่อประโยชน์กับสร้างชื่อเสียงในท้องถิ่นได้ แต่ก็เป็นสิ่งนั้นก็ยังไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งหมดเพราะหากไม่มีเงินงบประมาณมาสนับสนุนย่อมส่งผลให้ ชมรมอาจต้องเลิกรากันไป หรือ แตกกันไปเพราะครูดาบ หรือนักกีฬาต้องไปทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ความยั่งยืนที่จะต่อเนื่องได้ต้องเกิดจากการหารายได้ ได้ด้วยตนเองของชมรม หรือก้าวสู่การช่วยเหลือตัวเองได้ย่อมสร้างความแข็งแกร่ง ให้ชมรมเป็นอย่างมาก แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความพอดี พอเพียง ตามเหตุผลที่สมควรในการหาเงินมาสนับสนุน และขีดความสามารถของชมรมเอง คือ มีมากก็ใช้ได้มาก มีน้อยก็ใช้ได้น้อย เป็นธรรมชาติ 

โดยสรุป ในการจัดตั้งชมรมย่อมต้องเริ่มจากการของสนับสนุนเงินทุนอาจจะจากหน่วยงานของรัฐ หรือ ผู้สนับสนุนอื่นๆ หลังจากตั้งตัวได้ก็ควรที่จะหารายได้หล่อเลี้ยงชมรมตนเองต่อไป อาจจะจากการหารายได้ด้านอื่นๆ เช่นจัดกีฬาที่สามารถทำเงินได้ เช่น กอล์ฟ มวย หรือ การขอสปอนด์เซอร์ที่สนับสนุนตัวนักกีฬา ที่ต้องมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ทั้งทางเคเบิลทีวี หรือ ช่องฟรีทีวี หรือตามสิ่งพิมพ์ ฯลฯ ที่นี้สมาคมฯจะมีบทบาทและหน้าที่อย่างไร ที่จะผลักพลังและขีดความสามารถทั้งหมดของ สมาคมฯและสมาชิกสโมสร ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไร บทบาทของสมาคมจะเป็นการปกครอง คือการปกป้องและคุ้มครองแบบทุกอย่างออกจากศูนย์กลาง ไม่ต้องคิด เดี๋ยวส่วนกลางคิดให้ทั้งหมดหรือ สนับสนุนให้ชมรมต่างๆพัฒนากันเองเข้มแข็งกันเอง หรืออย่างไรสิ่งที่ผมคิดว่าบทบาทที่เหมาะสมในบทบาทของสมาคมฯ คือ อยู่ตรงกลาง ได้แก่ บางเรื่องก็ใช้วิธีการปกครอง และ สนับสนุนให้มีการเสริมอำนาจให้แก่ชมรม ตามเหตุผลแห่งความเหมาะสม และควรจะเป็น ทั้งสองส่วนอันได้แก่ การพัฒนาชมรม หรือ การพัฒนาสมาคมฯ ปรัชญาที่นำมาใช้ ในการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตามแนวคิดของมหาปราชญ์ ของเรา คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

หากจะชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่จะอธิบาย แนวคิด เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คือ วิธีการบริหารเป็นไปตามเป้าหรือความตั้งใจที่วางไว้โดยอาศัยแนวทาง PDCA ได้แก่

P (Plan) วางแผน (เข้าใจ)

D (Do) นำไปปฏิบัติ (เข้าถึง)

C (Check) ตรวจสอบผลการปฏิบัติเทียบกับแผน (เข้าถึง)

A (Act) แก้ไขปรับปรุงหากผลลัพท์ต่ำกว่าแผน (พัฒนา)

ที่มา เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่องการพัฒนาคุณภาพการบริหารงาน ของ อาจารย์ จำลักษณ์ ขุนพลแก้ว

โดยแต่ละชมรม และ สมาคมดำเนินการตามหลักขั้นต้น การพัฒนาจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้การบริหารต้องยึดหลัก

เพื่อลูกค้า เพื่อพนักงาน เพื่อสังคม

ฝากไว้คิดดู


 

Last Updated on Sunday, 27 September 2009 11:12
 
การวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบในโอลิมปิคที่ กรุงปักกิ่ง ปี 2008 PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Thursday, 10 September 2009 16:03
  • ผมไม่ได้เป็นโค้ช แต่ผมอยากเห็นวงการโค้ชฟันดาบของบ้านเราก้าวหน้าเพื่อให้โค้ชฟันดาบของเราสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ คู่แข่งของเราไม่ใช่โค้ชในบ้านเราด้วยกันเอง แต่เราจะต้องแข่งขันกับต่างประเทศ นั่นแหละคือเป้าหมาย  ผมได้รับอีเมล์จาก คุณ พีรภา  แหเกิด ผู้ปกครอง ซึ่งท่านได้ให้ความสนใจในพัฒนาโค้ชเป็นอย่างมาก และได้แนะนำว่า โค้ชที่มีอยู่ในเมืองไทยน่าจะรวมตัวกัน เพื่อช่วยหาวิธีการว่าเราจะพัฒนาโค้ชฟันดาบในบ้านเราให้ยกระดับสูงทัดเทียมกับมาตรฐานระดับโลกได้อย่างไร แม้ว่าคุณ พีรภาฯ จะไม่ได้เป็นโค้ช แต่ก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า นักกีฬาจะพัฒนาไปไม่ได้เลยถ้าขาดโค้ชที่มีคุณภาพ เพราะการพัฒนานักกีฬาความสามารถสูงนั้น ต้องขับเคลื่อนโดยโค้ช  ไม่ใช่ขับเคลื่อนโดยผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการทีม แต่ต้องขับเคลื่อนโดยโค้ช ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงแต่เป็นผู้สนับสนุน ช่วยเหลือเท่านั้น  นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมพยายามหาบทความที่ดีๆ มาตั้งเป็นประเด็นปัญหาบ้าง เพื่อให้โค้ชของเราหันมาถกแถลงกัน ถึงแม้ว่าโค้ชแต่ละค่ายจะมีความเห็นที่แตกต่างกันไป เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่  ประเด็นหลักก็คือ การศึกษายุคใหม่เขาเรียนรู้จากความแตกต่าง เขาเรียนรู้จากการถกแถลงหาเหตุและผล หรือที่เรียกว่าเรียนแบบ โซเครติส นั่นคือตั้งปัญหา แล้วถกแถลงหาเหตุและผล ซึ่งวิธีการเรียนแบบนี้จะเห็นว่านักเรียนกับครู สามารถถกแถลงหาเหตุและผลร่วมกัน หาสาเหตุแห่งปัญหา และหาแนวทางแก้ไข ซึ่งวิธีการเช่นนี้พิสูจน์ว่าเป็นการเรียนที่ได้ผลดีที่สุดตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน  แม้ในวิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐฯ ก็ได้ใช้วิธีการนี้สอนกัน หากท่านได้ไปเห็นเขาเรียนแล้วท่านจะงง เพราะว่า ไม่มีการสอนในห้องเรียนเสียด้วยซ้ำ แต่เขาจะให้นักศึกษาไปอ่านเอง พร้อมกับประเด็นปัญหาที่นักศึกษาจะต้องค้นคว้าแล้วนำมาถกแถลงในห้องสัมมนา เชื่อไหมว่าการเรียนแบบนี้แม้ครูก็เรียนจากนักศึกษา นักศึกษาก็เรียนจากครูในห้องสัมมนา ครูเพียงแต่แนะนำและตั้งประเด็นวิเคราะห์นิดหน่อยเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นการถกแถลงกัน  วิธีการเรียนอย่างนี้เขาเรียกว่า การเรียนแบบ Critical Thinking ซึ่งนักเรียนจะรู้จักวิธีคิด วิธีวิเคราะห์ และสังเคราะห์   และเขาก็ไม่ถือว่า ใครผิดใครถูก แต่เขาต้องการให้เกิดความคิดสร้างสรรค์  หากเราต้องการไปอยู่ข้างหน้า เราต้องมีเทคนิคของตนเอง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะคิดเองทั้งหมด เพียงเราใช้เหตุใช้ผลพิจารณา แล้วก็ลองนำไปทดสอบดูในสนามประลอง สนามประลองนี่แหละคือห้องแล็บของเรา ทำอย่างนี้วงการฟันดาบของเราก็จะไม่หยุดนิ่งมีการพัฒนารูปแบบเป็นของตน แต่ตอนนี้การฟันดาบของเรายังไม่แข็งพอก็จะต้องเดินตามเขาไปก่อน เมื่อไรที่นักดาบและโค้ชของเราถึงขั้นคิดเทคนิคและยุทธวิธีเองเมื่อนั้น เราไปอยู่ข้างหน้าแน่นอนครับ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันการฟันดาบระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลีมีมานานแล้วตั่งแต่ศตวรรษที่ 15  การแข่งขันกันนี้ก่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบอาวุธและเทคนิคการฟันดาบในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
  • เอาละที่ผมกล่าวมาก็เพื่อให้เข้าใจว่าที่ผมต้องหาบทความวิเคราะห์มาแปลให้พวกเราอ่านกันก็เพราะอยากให้พวกเราวิเคราะห์และถกแถลงกัน หากเห็นว่าดีก็ลองนำไปทดลองดู แต่หากเห็นว่าไม่ดีไม่ถูกต้องก็สามารถส่งอีเมล์มาโต้แย้งให้เหตุผลกันหน่อยว่าทำไมจึงเห็นว่าวิธีการวิเคราะห์หรือวิธีการฝึกของเขาไม่ถูกต้อง เพราะเราจะสามารถเรียนรู้ได้ดีจากความเห็นที่แตกต่างกันนั่นแหละ ทีนี้เรามาดูการวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบของโค้ชแคนาดา ชื่อ Ildemaro Sanchez, Jean-Marie Banos และ Gabor Salamon ในการวิเคราะห์ยุทธวิธีดาบที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิคปี 2008 ที่นครปักกิ่ง กันดูซิว่าเขาวิเคราะห์ได้น่าฟังเพียงใด แล้วโค้ชของเราสามารถวิเคราะห์ได้เช่นเขาหรือไม่?

 

เขาตั้งปัญหาว่า องค์ประกอบแห่งความสำเร็จในการได้แต้มของการฟันดาบนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง ?  หากเราสามารถทราบถึงองค์ประกอบเหล่านี้ เราก็ย่อมสร้างแบบฝึกเพื่อให้สามารถสร้างองค์ประกอบเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในขณะแข่งขัน นี่ก็จะเพิ่มโอกาสให้นักดาบของเราประสบความสำเร็จในการทำแต้มได้ องค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการได้แต้มมี 6 องค์ประกอบคือ

  1. วิธีการเลือกกระทำ (logical Choice of an action) การเลือกว่าจะทำอะไรในการแข่งขันถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และการที่จะเลือกว่าจะทำอะไรในการแข่งขันนั้นขึ้นอยู่กับ (1) การตอบสนองของนักดาบฝ่ายตรงข้ามที่ได้กระทำในยกก่อน ซึ่งจะทำการประเมินทันทีเมื่อสิ้นสุดยก (2) กลยุทธที่ได้ตระเตรียมไว้แล้ว สำหรับในดาบเซเบอร์จากสถิติพบว่าหลังจากคำสั่งให้เริ่มเล่น ผู้แข่งขันจะแลกการกระทำฟันดาบภายในเวลาเพียง 2-6 วินาทีเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลว่าการเลือกกระทำของนักดาบเซเบอร์ว่าจะเลือกทำอะไรนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของคู่แข่งในยกก่อน ในขณะที่ดาบเอเป้และฟอยล์ นักดาบจะแลกเปลี่ยนการกระทำฟันดาบโดยเฉลี่ยภายหลังเวลาผ่านไป 20-60 วินาที ดังนั้นการเลือกว่าจะทำอะไรของดาบเอเป้และฟอลย์นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันในยกนั้น  
  2. ความพร้อมเพรียงทางเทคนิค (Technical Coordination) หมายถึงความสามารถใช้เทคนิคดาบที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้แต้มให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามการได้แต้มนั้นยังขึ้นอยู่กับระยะที่ถูกต้อง เวลา จังหวะ และ สิทธิด้วย ดังนั้น องค์ประกอบทางเทคนิคจะต้องพร้อมเพรียงไปกับองค์ประกอบอื่นๆ จึงจะทำให้การกระทำของนักดาบประสบความสำเร็จ ดังนั้นเพียงแค่ใช้เทคนิคดาบที่ถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้
  3. ระยะ (Distance) การกระทำฟันดาบจะประสบความสำเร็จได้ยังขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างคู่แข่งขัน ดังนั้นคู่แข่งทั้งสองฝ่ายจึงต้องเล่นกับเกมส์ทางระยะที่เหมาะสมของตนด้วย เขาจะต้องเล่นกับระยะจนกว่าจะได้ระยะที่เหมาะสมจึงจะตัดสินใจกระทำตามกลยุทธ์ที่กำหนด
  4. เวลา (Timing) เวลามีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับระยะ  นักดาบจะต้องกระทำในเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสม นักดาบที่แม้จะรวดเร็วแต่กระทำในเวลาที่ไม่ถูกต้องก็ไม่อาจจะได้แต้ม
  5. จังหวะ (Rhythm)  จังหวะหมายถึงความเปลี่ยนแปลง ระหว่างการเตรียมการ กับ การกระทำจริง  เช่น ขณะเข้าทำจะช้า แต่พอทำจริงเร็วมาก (Slow-Fast) ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงการกระทำจะเร็วหรือช้านี่แหละคือการกำหนดจังหวะของการฟันดาบ
  6. การตัดสินใจ (Authority) มันหมายถึง การตัดสินใจในการกระทำว่าจะทำเมื่อใดและเร็วเท่าใด  การตัดสินใจนี้จะเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงองค์ประกอบอื่นๆ เข้าด้วยกัน จะเป็นการวัดความสามารถในการตัดสินใจของนักดาบผู้นั้น และการตัดสินใจนี้จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ซึ่งในการเล่นดาบนั้นเร็วมาก การคิดคำนวณต่างๆ ขององค์ประกอบที่ได้กล่าวมาแล้วจะต้องเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และการตัดสินใจถือเป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่จะเป็นต้ววัดว่าสิ่งที่ได้คำนวณนั้นเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่

ดังนั้นเพื่อให้การวัดขีดความสามารถของนักดาบว่าพร้อมที่จะลงแข่งขันมากเพียงใด และยังจะต้องปรับปรุงอะไร โค้ชในขณะฝึกซ้อมจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่า องค์ประกอบทั้ง 6 ของนักดาบนั้นสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่ และนักดาบผู้นั้นยังขาดอะไร

Last Updated on Wednesday, 30 September 2009 19:38
 
เทคนิคการวิเคราะห์เพื่อตัดสิน PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Wednesday, 09 September 2009 20:29

เก็บตกจาก Canadian Referee Manual

การวิเคราะพ์ของผู้ตัดสินเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของอาชีพการเป็นผู้ตัดสินในกีฬาฟันดาบ ถามว่าผู้ตัดสินระดับโลกนั้นเขาใช้เทคนิคในการวิเคราะห์อย่างไรก่อนที่จะตัดสินให้แต้ม ซึ่งเรื่องนี้น่าจะดูคู่มือการตัดสินของแคนนาดาซึ่งน่าสนใจมาก ซึ่งต่อไปน่าจะสามารถนำมาปรับปรุงใช้กับของเราได้ไม่มากก็น้อย

 

 

 

  1. อันดับแรก ผู้ตัดสินเมื่อสั่งหยุดยก จะต้องวิเคราะห์อย่างรวบรัดในการกระทำช่วงสุดท้ายของคู่แข่งขันทั้งสองฝ่าย โดยจะต้องคำนึงถึงการกระทำฟันดาบ (fencing actions) เท่านั้น การกระทำฟันดาบนั้นแตกต่างไปจากกิจกรรมของคู่แข่ง ซึ่ง FIE ได้กำหนดการกระทำฟันดาบไว้จำนวนไม่มากในคู่มือการตัดสิน เช่น การเข้าทำ การรับ การตอบ ฯลฯ นี่คือ การกระทำฟันดาบ แต่เนื่องจากการกระทำฟันดาบได้ถูกกำหนดความสำคัญไว้แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ตัดสินจะต้องคำนึงถึงการกระทำที่นักดาบได้กระทำจริงแล้วสามารถนำไปสู่การตัดสินให้แต้มเท่านั้น
  2. อันดับสอง ผู้ตัดสินจะต้องชี้ให้ช้ดว่าการกระทำฟันดาบที่ผู้เล่นกระทำนั้นคือการกระทำอะไร เช่น  (1) Point in Line (2) Attack (3) Riposte  (4) Counter Attack (5) Remise / Reprise / Redoublement

ในดาบเซเบอร์และฟอยล์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กำหนดว่าฝ่ายใดเป็นผู้เข้าทำ หรือ การกระทำ Attack เพราะว่าผู้เข้าทำจะได้รับสิทธิในการพิจารณาก่อนว่าจะได้แต้มหากพบว่าไฟตัดสินแสดงทั้งสองข้าง  อย่างไรก็ตามการกำหนดว่าใครเป็นผู้เข้าทำนั้น ไม่สามารถพิจารณาได้จากการดูจากผู้แข่งขันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะต้องดูจากความสัมพันธ์ระหว่างกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ตัวอย่างเช่น  นาย ก. กำลังแข่งกับ นาย ข.   นาย ก. ลันจ์ในขณะที่ยืดแขนจนสุดก่อนที่ขาหน้าจะแตะพื้น จึงมีคำถามว่า นาย ก.กำลังทำอะไร ?   คำตอบก็คือ ยังไม่สามารถบอกได้เพราะมันมีได้หลายกรณี  เช่น กรณีที่ 1  ถ้านาย ข หยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนที่ และอยู่ในท่าจดดาบ อย่างนี้แน่ชัดเลยว่านาก ก. เป็นผู้เข้าทำ  กรณีที่ 2  แต่ถ้าก่อนที่นาย ก. จะเริ่มลันจ์ปรากฎว่านาย ข.ทำการลันจ์ และยืดแขนตรงก่อน อย่างนี้ถือว่านาย ก. กำลังโต้การเข้าทำ กรณีที่ 3 ถ้านาย ข. ไม่เคลื่อนที่ และอยู่นอกระยะลันจ์ของนาย ก  อย่างนี้เรียกว่านาย ก. ทำ Point in Line  ในตัวอย่างนี้การกระทำของนาย ก. สัมพันธ์กับนาย ข นั้นมีผลต่อการวิเคราะห์ของผู้ตัดสินได้ถึง 3 กรณี 

สิ่งที่สำคัญดังต่อไปนี้ใช้พิจารณาว่า การกระทำของนักดาบถือว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิการเข้าทำหรือไม่ให้พิจารณาจาก

  1. ดูให้ทันว่าใครเป็นผู้ริเริ่มการรุกซึ่งหมายถึงการที่ก้าวเข้าหาคู่แข่งโดยไม่หยุด แต่ถ้าคุณกำลังก้าวเข้าหาคู่แข่งแต่คู่แข่งของคุณขณะกำลังถอยกลับเดินหน้าแล้วทำให้คุณหยุดชงักอย่างนี้การรุกของคุณก็ถือว่าสิ้นสุดแล้ว 
  2. นอกจากดูการรุกแล้ว ผู้เข้าทำจะต้องแสดงท่าทีว่ากำลังยืดแขนออกไปจากตัวโดยไม่มีท่าทีว่าจะดึงกลับ และดาบของเขากำลังคุกคามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง  
  3. การเข้าทำถือว่าเข้าทำจบลงเมื่อ ถูกรับดาบ หรือ พลาดเป้า หรือ ลงดาบไม่ถึงเป้า หรือ เมื่อเท้าหน้าถึงพื้นเมื่อทำการลันจ์
  4. ให้ดูการคุกคามเป้า ซึ่งหมายถึง อันดับแรก ให้สังเกตุจากระยะระหว่างนักดาบทั้งสอง โดยถ้าฝ่ายตรงข้ามของคุณอยู่ในระยะก้าวเท้าแล้วลันจ์ อย่างนี้ถือว่าคุณอยู่ในระยะที่พิจารณาได้ว่าสามารถรับสิทธิการเข้าทำเขาได้ แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามของคุณไม่อยู่ในระยะดังกล่าวแล้วคุณไม่ถือว่าได้รับสิทธิเข้าทำ อันดับสอง ปลายดาบของคุณจะต้องมีทิศทางตรงไปยังเป้าหมายในขณะที่คุณรุกไล่

ปัญหาที่ผู้ตัดสินควรระมัดระวังก็คือ ไม่ว่าการตัดสินในแต้มแรกหรือแต้มสุดท้าย ผู้ตัดสินต้องใช้ความระมัดระวังที่เท่ากัน ไม่ใช่ว่าในแต้มสุดท้ายแล้วผู้ตัดสินใช้ความระมัดระวังมากกว่าการตัดสินในแต้มแรกๆ (เพราะเรื่องนี้มีคนวิจารณ์มากในเรื่องนี้ว่าในแต้มสุดท้ายควรให้ความระมัดระวังให้มาก) และอีกปัญหาก็คือ การตัดสินให้ทั้งคู่เข้าทำพร้อมกัน ซึ่งเห็นบ่อยมาก แต่ถ้าหากผู้ตัดสินที่ให้นักดาบเข้าทำพร้อมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินที่มันควรจะเป็น ผู้ตัดสินชนิดนี้เป็นผู้ตัดสินที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้ตัดสินที่ดีเขาวิเคราะห์ให้ทั้งคู่เข้าทำพร้อมกันในกรณีที่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้เริ่มทำก่อน หรือ ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่านักดาบทั้งคู่เข้าทำได้ถูกต้อง

 

Last Updated on Tuesday, 15 September 2009 00:17
 


Page 205 of 207

ผู้สนับสนุน

 
 
T.F.F. LOGO Final

ผู้ที่ออนไลน์ขณะนี้

We have 17 guests online

เว็ปไซต์ฟันดาบที่น่าสนใจ