หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับสู่ สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
วิเคราะห์ข้อสอบ 1021 PDF Print
Saturday, 12 September 2009 16:47

วิเคราะห์ข้อสอบ

วันละข้อ/วันละดาบ

ดาบเอเป้

 

วิธีการใช้แผ่นวัดระยะในการวัดหัวดาบ

  • ก.สอดแผ่นวัดระยะ 1.5 ม.ม.โดยให้แน่ใจว่าสอดได้พอดี แล้วจึงสอดแผ่นวัดระยะ 0.5 ม.ม. กดหัวดาบให้แน่ใจว่าไฟแสดงผล
  • ข.สอดแผ่นวัดระยะ 1.5 ม.ม.ไม่ต้องพอดีก็ได้ แล้วจึงค่อยสอดแผ่นวัดระยะ 0.5 ม.ม. กดหัวดาบให้แน่ใจว่าไฟต้องไม่แสดงผล
  • ค.สอดแผ่นวัดระยะ 1.5 ม.ม.โดยให้แน่ใจว่าสอดได้พอดี แล้วจึงสอดแผ่นวัดระยะ 0.5 ม.ม. กดหัวดาบให้แน่ใจว่าไฟต้องไม่แสดงผล
มีผู้ขอร้องผ่าน E-mail มาว่าวันละข้อกว่าจะจบใช้เวลาติดตามอ่านนานเกินไป ข้อสอบมี 90 ข้อใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะจบรอนานไป ผมเองก็มีข้อจำกัดเช่นกันครับ เพราะข้อสอบที่นำมาลงที่นี่ต้องพิมพ์ใหม่และพิมพ์เองทุกตัว การวิเคราะห์แต่ละข้อก็ต้องใช้เวลาคิดทบทวน แต่จะเพิ่มในขั้นต้นเป็นสองข้อก่อนครับ หลายท่านอาจจะเห็นตัวเลขข้างหลังหัวข้อ แล้วนึกสงสัยว่าเป็นตัวเลขอะไร เป็นตัวเลขที่ผมตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันการสับสนของตัวเองครับ ใช้เป็นจำนวนเลขสี่ตัว ตัวแรก จะเป็นได้ 0-3 (0-คือเรื่องที่เกี่ยวข้องมากกว่าสองดาบขึ้นไป, 1-ดาบเอเป้, 2-ดาบฟอยล์, 3-ดาบเซเบอร์) สองตัวกลางคือหมายเลขข้อที่อยู่ใน Sheet ข้อสอบของดาบ FIE ที่ผมแปลนำมาลงไว้ ส่วนเลขตัวสุดท้ายแทนข้อสอบของดาบชนิดนั้้นๆเป็นเลข 1-3  คือ 1 เอเป้ ,2 ฟอยล์ ,3 เซเบอร์  ตัวอย่างเช่น 1021 เป็นเรื่องของดาบเอเป้ ข้อสอบข้อที่ 2 จาก Sheet  เอเป้ เป็นต้น

ตามมาตรา 44.3 เป็นไปตามข้อ ค. ระยะของช่อว่างหัวดาบของเอเป้ต้องกว้างพอที่จะสอดแผ่นวัดระยะที่หนา 1.5 ม.ม.ได้ จะกว้างกว่านี้ได้หรือไม่คำตอบคือไม่ได้ เพราะในกติการะบุไว้ชัดเจนว่า ให้มีค่า+/- ไม่เกิน 0.05 ม.ม. ขณะเดียวกันเมื่อสอดแผ่นวัดระยะตัวบางหนา 0.5 ม.ม.เมื่อกดหัวดาบไฟต้องไม่แสดงผล เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะนักดาบมักจะแต่งสปริงที่หัวดาบให้มีความไวมากที่สุด ซึ่งถ้านำแผ่นวัดระยะมาทดสอบแล้วผ่านก็ OK

 

Last Updated on Sunday, 13 September 2009 20:46
 
รับสมาชิกใหม่ และคืนสถานภาพให้กับสมาชิก PDF Print
Written by พ.อ.ชาญชัย ยศสุนทร   
Saturday, 12 September 2009 20:14

ประกาศสมาคมฟันดาบฯ

เรื่องรับสมาชิกใหม่และคืนสถานภาพสมาชิก

จากผลการประชุมคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษา ครั้งที่ 7/52 เมื่อ 4 ก.ย.52 ณ ห้องประชุมกรมอู่ทหารเรือ คณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับสมาชิกใหม่และคืนสถานภาพสมาชิกชมรมที่เคยเป็นสมาชิก รวม 8 ชมรม ตามที่ฝ่ายทะเบียนได้นำเสนอเรื่องให้ที่ประชุมพิจารณา ดังมีรายชื่อต่อไปนี้

 1 ชมรมฟันดาบกองพลาธิการส่งทางอากาศ รับใหม่
 2 ชมรมฟันดาบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รับใหม่
 3 ชมรมฟันดาบสมอทอง รับใหม่
 4 ชุมพลทหารเรือ รับใหม่
 5 ชมรมฟันดาบมหาวิทยาลัยศิลปากร รับใหม่
 6 ชมรมฟันดาบโรงเรียนนายเรือ คืนสภาพ
 7 ชมรมฟันดาบมหาวิทยาลัยมหิดล คืนสภาพ
 8 ชมรมฟันดาบนนทรี คืนสภาพ

รายละเอียดการประสานงานในขั้นตอนต่อไปให้ฝ่ายทะเบียนเป็นผู้ประสานงาน

พล.ร.อ.สมเดช  ทองเปี่ยม

นายกสมาคมฟันดาบฯ


 

Last Updated on Saturday, 12 September 2009 20:41
 
ทฤษฏีกับการพัฒนาความสามารถครูดาบ PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Tuesday, 29 September 2009 00:00

ที่มาของทฤษฏีดาบและความจำเป็น คุณคิดว่าโค้ชจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีความเข้าใจในทฤษฏีดาบ  อาจมีโค้ชหลายท่านโต้แย้งบทความนี้ของผมว่าไม่เห็นจะต้องมีทฤษฏีดาบเท่าใดผมก็เป็นโค้ชที่สั่งสอนนักกีฬาจนมีความสามารถได้ บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่าทฤษฎีดาบมีความสำคัญมากเพียงใดต่อการพัฒนาความสามารถของครูดาบและปรมาจารย์ดาบ สำหรับทฤษฏีมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Theory หรือมาจากรากศัพท์  Latin ว่า theōria แปลว่า To see clearly. นั้นหมายความว่าทฤษฎีทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆอย่างชัดเจนมากขึ้น  เปรียบได้เหมือนกับเราจะทำความเข้าใจการทำงานของรถยนต์ สิ่งแรกก็คือ เราจะต้องทำความเข้าใจของส่วนประกอบของรถยนต์ด้วยการถอดมันเป็นชิ้นๆ จากนั้น จึงทำความเข้าใจในการทำงานของมัน หากถามว่าเมื่อเข้าใจการทำงานแต่ละชิ้นแล้วรถยนต์ทำงานได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่   ดังนั้นเราจึงต้องนำชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบกลับคืนเป็นรถยนต์ใหม่อีกครั้ง แล้วลองสตาร์ทเครื่องยนต์ดูว่ามันทำงานได้หรือไม่ ทฤษฎีการทำงานของเครื่องยนต์จึงมีประโยชน์มากทั้งในการทำความเข้าใจในแต่ละส่วน และการทำงานร่วมกันของส่วนประกอบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากขาดซึ่งทฤษฏีก็ยากที่จะทำการศึกษาเข้าใจการทำงานของรถยนต์ได้อย่างลึกซึ้ง พูดง่ายๆก็คือ หากไม่มีการเรียนทฤษฏีก่อนการถอดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์จะทำได้ยากยิ่งโดยเฉพาะช่างเครื่องยนต์มือใหม่ย่อมทำได้ยากมาก และเมื่อมีความเข้าใจในการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ เป็นอย่างดีแล้วก็จะเกิดแนวคิดในการพัฒนาชิ้นส่วนเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทดแทนชิ้นส่วนเดิม ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าครูดาบและปรมาจารย์จึงต้องผ่านการสอบและเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในทฤษฏีดาบ เพราะครูดาบและปรมาจาร์ย์ดาบไม่ใช่แค่เป็นผู้ฝึกสอนเท่านั้น แต่เขาคือแนวหน้าของผู้ค้นคิดยุทธวิธีดาบแบบใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน หากเราไม่สนใจในทฤษฎีดาบก็เหมือนกับการเรียนการถอดประกอบเครื่องยนต์โดยไม่มีคู่มือซ่อมรถ จึงยากที่ครูดาบจะสามารถพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ได้ ทฤษฎีดาบจึงเป็นเหมือน Manual ของการฟันดาบให้ผู้สนใจศึกษาสามารถแยกแยะส่วนประกอบของการฟันดาบได้อย่างชัดเจนนั่นเอง   ทีนี้เรามาดูทฤษฏีดาบดังต่อไปนี้กันดูว่าจะช่วยให้ท่านมีความเข้าใจการฟันดาบมากยิ่งขึ้นขนาดไหน


Last Updated on Saturday, 03 October 2009 05:24
Read more...
 
วิเคราะห์ข้อสอบ 0011 PDF Print
Saturday, 12 September 2009 16:47

วิเคราะห์ข้อสอบ

วันละข้อ/วันละดาบ

ดาบทั่วไป

 

นักดาบมาแสดงตัวบนสนามประลองเพื่อลงแช่งขันปรากฎว่าไม่มีเสื้อเกราะป้องกันชั้นใน (Protective Plastron) และเมื่อตรวจอาวุธพบว่าดาบไม่ผ่านการตรวจอีก กรณีดังกล่าวนักดาบจะถูกลงโทษอย่างไร

  • ก.ใบเหลืองสำหรับไม่มีเสื้อเกราะชั้นใน และใบเหลืองสำหรับอาวุธที่ไม่ผ่านการตรวจ
  • ข.ใบแดง (เสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม)
  • ค.ใบเหลืองสำหรับอาวุธที่ไม่ผ่านการตรวจ และให้นักดาบไปหาเสื้อเกราะชั้นในมาใส่

ตามมาตรา 114 ระบุไว้ว่า ถ้านักดาบทำผิดในเวลาเดียวกันหลายๆอย่างจะเลือกลงโทษในรายการที่หนักที่สุดก่อน ในกรณีนี้เป็นการทำผิดในกลุ่มเดียวกันคือเป็นความผิดในกลุ่มที่ 1 การแต่งกายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตาม มาตรา t 43.1e, ดาบไม่ผ่านเกณฑ์ t 44.3, ปราศจากเสื้อเกราะอ่อน t 45.1 ให้ทำการเตือนโดยให้ใบเหลือง ข้อที่ถูกสุดคือข้อ ค.  ส่วนข้อ ก.และข้อ ข.ที่จริงแล้วเหมือนกัน การให้ใบเหลืองสองครั้งก็คือใบแดง เป็นการเสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้าม


Last Updated on Sunday, 13 September 2009 09:24
 
การพัฒนาให้สมาคมและชมรมกีฬาฟันดาบ ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน PDF Print
Written by น.ท.มนตรี ศิริไพศาล ร.น.   
Tuesday, 01 September 2009 12:56

จากการสัมมนาที่ ม.หอการค้าที่ผ่านมา มีคำถามอันหนึ่งที่น่าสนใจ ว่า จะทำอย่างไรให้ชมรมยั่งยืน

ผมได้ให้ความหมาย ความยั่งยืนของชมรมเกิดจากการรวมตัวอันหนาแน่นและจิตใจมุ่งมั่นที่จะเล่นกีฬาฟันดาบ

ที่นี้การการรวมตัวอันหนาแน่นของคนในชมรมเกิดจากอะไร การรวมตัวอันหนาแน่นของคนในชมรมควรจะมีแกนนำหรือแกนกลางของชมรม นั้นคือ ครูดาบ รวมทั้ง ผู้อุปถัมภ์ชมรม แบบที่ชมรมจุฬาภรณ์ เรียกว่าซุปเปอร์แม่ ที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับลูกศิษย์นักดาบของตนเอง อย่างจิตที่มีใจอยากเห็นความก้าวหน้า

แต่ในโลกแห่งโลกาภิวัฒน์ ปัจจัยในเรื่องของรายได้ ค่าดำเนินการก็มีความสำคัญสำหรับตัวครูดาบ นักกีฬาเช่นกัน ที่นี้ปัจจัยที่กล่าวถึงนั้น ผมพบว่าสามารถหาได้ตามท้องถิ่นของชมรมที่ตั้งอยู่

 คือชมรมขอรับการสนับสนุนเงินสนับสนุน จากผู้สนับสนุนในท้องถิ่นได้ เช่น กรมประชาสงเคราะห์เดิม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบจ. เทศบาล อบต. หรือ จากมูลนิธิ หรือองค์กรที่สนับสนุนอื่นๆ เช่น สสส. 

หากการจัดตั้งชมรมเกิดจากการรวมตัวของคนในชุมชนนั้นๆ และก่อประโยชน์กับสร้างชื่อเสียงในท้องถิ่นได้ แต่ก็เป็นสิ่งนั้นก็ยังไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งหมดเพราะหากไม่มีเงินงบประมาณมาสนับสนุนย่อมส่งผลให้ ชมรมอาจต้องเลิกรากันไป หรือ แตกกันไปเพราะครูดาบ หรือนักกีฬาต้องไปทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ความยั่งยืนที่จะต่อเนื่องได้ต้องเกิดจากการหารายได้ ได้ด้วยตนเองของชมรม หรือก้าวสู่การช่วยเหลือตัวเองได้ย่อมสร้างความแข็งแกร่ง ให้ชมรมเป็นอย่างมาก แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความพอดี พอเพียง ตามเหตุผลที่สมควรในการหาเงินมาสนับสนุน และขีดความสามารถของชมรมเอง คือ มีมากก็ใช้ได้มาก มีน้อยก็ใช้ได้น้อย เป็นธรรมชาติ 

โดยสรุป ในการจัดตั้งชมรมย่อมต้องเริ่มจากการของสนับสนุนเงินทุนอาจจะจากหน่วยงานของรัฐ หรือ ผู้สนับสนุนอื่นๆ หลังจากตั้งตัวได้ก็ควรที่จะหารายได้หล่อเลี้ยงชมรมตนเองต่อไป อาจจะจากการหารายได้ด้านอื่นๆ เช่นจัดกีฬาที่สามารถทำเงินได้ เช่น กอล์ฟ มวย หรือ การขอสปอนด์เซอร์ที่สนับสนุนตัวนักกีฬา ที่ต้องมีการถ่ายทอดโทรทัศน์ ทั้งทางเคเบิลทีวี หรือ ช่องฟรีทีวี หรือตามสิ่งพิมพ์ ฯลฯ ที่นี้สมาคมฯจะมีบทบาทและหน้าที่อย่างไร ที่จะผลักพลังและขีดความสามารถทั้งหมดของ สมาคมฯและสมาชิกสโมสร ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไร บทบาทของสมาคมจะเป็นการปกครอง คือการปกป้องและคุ้มครองแบบทุกอย่างออกจากศูนย์กลาง ไม่ต้องคิด เดี๋ยวส่วนกลางคิดให้ทั้งหมดหรือ สนับสนุนให้ชมรมต่างๆพัฒนากันเองเข้มแข็งกันเอง หรืออย่างไรสิ่งที่ผมคิดว่าบทบาทที่เหมาะสมในบทบาทของสมาคมฯ คือ อยู่ตรงกลาง ได้แก่ บางเรื่องก็ใช้วิธีการปกครอง และ สนับสนุนให้มีการเสริมอำนาจให้แก่ชมรม ตามเหตุผลแห่งความเหมาะสม และควรจะเป็น ทั้งสองส่วนอันได้แก่ การพัฒนาชมรม หรือ การพัฒนาสมาคมฯ ปรัชญาที่นำมาใช้ ในการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตามแนวคิดของมหาปราชญ์ ของเรา คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

หากจะชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่จะอธิบาย แนวคิด เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คือ วิธีการบริหารเป็นไปตามเป้าหรือความตั้งใจที่วางไว้โดยอาศัยแนวทาง PDCA ได้แก่

P (Plan) วางแผน (เข้าใจ)

D (Do) นำไปปฏิบัติ (เข้าถึง)

C (Check) ตรวจสอบผลการปฏิบัติเทียบกับแผน (เข้าถึง)

A (Act) แก้ไขปรับปรุงหากผลลัพท์ต่ำกว่าแผน (พัฒนา)

ที่มา เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่องการพัฒนาคุณภาพการบริหารงาน ของ อาจารย์ จำลักษณ์ ขุนพลแก้ว

โดยแต่ละชมรม และ สมาคมดำเนินการตามหลักขั้นต้น การพัฒนาจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้การบริหารต้องยึดหลัก

เพื่อลูกค้า เพื่อพนักงาน เพื่อสังคม

ฝากไว้คิดดู


 

Last Updated on Sunday, 27 September 2009 11:12
 


Page 205 of 207

ผู้สนับสนุน

 
 
T.F.F. LOGO Final

ผู้ที่ออนไลน์ขณะนี้

We have 15 guests online

เว็ปไซต์ฟันดาบที่น่าสนใจ