หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับสู่ สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
ทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Sunday, 13 September 2009 20:45

 ที่มา http://topvelocity.net/3-stages-of-learning/

Paul Fitts และ Michael Posner ได้แสดงให้เห็นทฤษฎีแห่งการเรียนรู้ 3 ช่วงของเขาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นทฤษฎีพื้นฐานในการศึกษาการเรียนรู้การเคลื่อนไหวอัตโนมัติของมนุษย์ในโลกของกีฬาไปแล้ว  การศึกษาทฤษฏีความสามารถของมนุษย์แสดงให้เห็นว่า มนุษย์มีขั้นตอนในการเรียนรู้หลายขั้น แม้ว่าแต่ละขั้นนั้นก็ไม่ได้มีการกำหนดได้อย่างชัดเจนเท่าใดนัก  ที่จริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพูดได้ว่านักกีฬาผู้ใดผู้หนึ่งได้ผ่านขั้นตอนการเรียนรู้จากขั้นตอนหนึ่งไปสู่อีกขั้นตอนหนึ่ง  อย่างไรก็ตามหากทำการฝึกนักกีฬาไปเรื่อยๆ ถึงจุดจุดหนึ่งจะทำให้นักกีฬามีความชำนาญระดับอัตโนมัติ โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้สามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วงคือ (1) ช่วงเริ่มต้นหรือช่วงกำหนดรู้ (Cognitive) (2) ช่วงกลางหรือ ช่วง Associative  (3) ช่วงอัตโนมัติ หรือ Motor Skill

  1. ช่วงแห่งการเรียนรู้ (Cognitive) ในช่วงนี้เป็นช่วงที่นักกีฬามือใหม่กำลังเรียนรู้และพยายามเข้าใจในเนื้องาน  ในช่วงนี้นักดาบจะแสดงข้อผิดพลาดจำนวนมาก และเขาก็พยายามใช้ทุกสิ่งทุกอย่างทางเทคนิคที่ได้เรียนมาให้สามารถแสดงท่าทางได้ถูกต้องมากที่สุด นักดาบจะสนใจในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำมาก  โดยทั่วไปแล้วเขากำลังใช้สิ่งที่เขามีอยู่ในตัวเขาปรับเข้ากับความชำนาญใหม่ๆที่กำลังเรียนรู้ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมนักดาบที่ได้รับการฝึกที่ผิดๆ มาแล้วย่อมฝึกได้ยากกว่านักดาบที่ยังไม่เคยได้รับการฝึกมาเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้ก็คือ  คำสั่งและการแสดงตัวอย่างที่ถูกต้องเท่านั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ในช่วงเวลานี้ อุปกรณ์ช่วยที่สำคัญของการฝึกในช่วงนี้ก็คือ กล้องวิดิโอ ที่ถ่ายภาพการฝึกของเขา จากนั้นจึงนำวิดีโอนั้นมาวิเคราะห์และชี้ให้เขาเห็นถึงข้อบกพร่องของเขา เพื่อนำไปแก้ไข ซึ่งวิธีการนี้จะได้ผลสูงสุด โดยโค้ชจะต้องสามารถชี้ให้เขาเห็นข้อบกพร่องของเขาให้ได้อย่างชัดเจน Netti hedelmapelit ovat hyvin samankaltaisia kuin kaupoissa ja huoltoasemilla pelattavat pelikoneet. เมื่อนักกีฬาเห็นข้อบกพร่องของเขาอย่างชัดเจนแล้ว เขาจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องนั้นได้อย่างรวดเร็วทีเดียว
  2. ช่วงที่สองหรือช่วง Associative stage ของการเรียน การเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในช่วงนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักกีฬามีชั่วโมงฝึกที่เหมาะสม เหมือนกับนักบินหากชั่วโมงบินไม่เพียงพอการนำเครื่องลงจอดก็ยากที่จะทำได้ ดังนั้นนักกีฬาจะต้องทำการฝึกในช่วงแรกจนชั่วโมงการฝึกถึงระดับหนึ่งแล้ว นักกีฬาก็จะเข้าสู่การเรียนรู้ในช่วงนี้ การจะชี้ให้เห็นได้ว่านักกีฬาได้เข้าสู้กระบวนการเรียนรู้ในช่วงนี้ได้สามารถสังเกตุได้โดยดูว่านักกีฬานั้นสามารถทำท่าทางต่างๆที่ได้รับการฝึกในช่วงแรกอย่างชำนาญโดยให้ลองทำให้อยู่ในเวลาจำกัด อย่างไรก็ตามนักกีฬายังต้องใช้สมาธิอย่างมากในการทำท่าทางต่างๆพร้อมกันได้อย่างถูกต้อง นี่เองที่จะยังเป็นอุปสรรคต่อการเล่นดาบของนักกีฬาเพราะนักกีฬายังต้องกังวลต่อการควบคุมท่าทางของตนเองอยู่เสมอ
  3. ช่วงสุดท้ายของการเรียนรู้ หรือ เข้าสู่ช่วง Autonomous Stage เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นไปอย่างอัตโนมัติและเป็นนิสัย เรียกว่านักกีฬาสามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการจะทำ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องอัตโนมัติโดยที่ตัวนักกีฬาเองไม่ต้องเพ่งสมาธิมากนักไปที่การกระทำของตน นักดาบไม่ต้องคำนึงว่าจะเข้าถึงคู่ต่อสู้เพื่อจ่วงแทงให้ถึงได้อย่างไร เพราะมันจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ หรือเรียกว่าเป็นไปด้วยกระบวนการจิตใต้สำนึก เรียกได้ว่านักดาบที่ฝึกซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งสิ่งที่ฝึกกลายเป็นธรรมชาติของเขาไปแล้ว เขาจะสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก นี่ละครับผลของการฝึกจากระดับแรกและระดับสองมันมาแสดงผลตอนนี้ครับ

โมเดลการเรียนรู้สามขั้นนี้สามารถนำมาใช้ในการฝึกนักกีฬาฟันดาบได้เป็นอย่างดี คือเราจะต้องเรียนรู้อย่างแรกคือฝึกพื้นฐานให้ถูกต้องก่อน อันนี้ต้องเน้นว่าต้องให้ถูกจริงๆ โดยช่วงนี้ควรทำการฝึกทีละท่า จนกว่าจะถูก จากนั้นเมื่อคล่องแล้ว ก็ให้ฝึกท่าต่อไป  แล้วก็ฝึกผสมกัน  เมื่อทำการฝึกถึงระดับหนึ่งก็ทำการฝึกผสมผสานให้ชำนาญและถูกต้อง  ทำให้เร็วเข้าเพื่อเร่งนักกีฬาให้เข้าสู่กระบวนการเรียนช่วงที่ 2 ซึ่งในช่วงนี้เขาจะต้องฝึกหนักจนกว่าเขาจะทำได้โดยไม่ผิดเลย เมื่อทำการฝึกจนกระทั่งเขาไม่จำเป็นต้องคิดแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ 3 นี่ละครับคือสิ่งที่เราต้องการคือ ทำได้ถูกต้องและเป็นอัตโนมัติ  อย่างลืมนะครับ การฝึกที่ถูกต้องในช่วงแรกถือว่าสำคัญมาก โค้ชจะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดในช่วงนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินไป เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงที่สองแล้ว จะยากที่จะแก้ไข ดังนั้น ในช่วงแรกไม่จำเป็นต้องฝึกหนัก แต่เน้นความถูกต้อง  นี่ละครับว่าทำไมเราจึงต้องการโค้ชที่ได้มาตรฐานในการฝึกนักดาบใหม่ มิฉะนั้นแล้ว ถ้าเขาได้รับการฝึกที่ผิดๆ จนถึงขั้นสามแล้วจะแก้ไขแทบไม่ได้เลย 

 

 

Last Updated on Friday, 09 May 2014 18:57
 
เรียนรู้ ภาษามือ/ภาษาฝรั่งเศส ในการตัดสิน PDF Print
Sunday, 13 September 2009 23:06

Acion ของผู้ตัดสิน เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ซึ่ง FIE ถึงกับกำหนดไว้ในกติกา Book I เพราะเป็นการสื่อความเข้าใจที่เป็นท่าทางสากล ให้กับนักดาบต่างชาติ ต่างภาษา ที่มีความหลากหลายได้เข้าใจเป็นภาษาดาบไปในแนวทางเดียวกัน อีกทั้งเป็นการกำหนดมาตรฐานในการตัดสินที่ไม่ต้องใช้ภาษาที่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องอธิบาย Phase ของการปะทะที่เยิ่นเย้อ เสียเวลา ทำให้การเล่นดาบสมัยใหม่ง่ายขึ้นมาก และไม่ใช้เวลามาก อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือภาษาตัดสิน ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส การที่ผู้ตัดสินจะก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์ได้นั้น ต้องใช้ภาษาตัดสินที่เป็นภาษาฝรั่งเศสจนชำนาญ ในปัจจุบันนี้ภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในการตัดสินก็ไม่มากเหมือนสมัยก่อน จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผมได้จัดทำแนวทางการตัดสินมาให้ดูเป็นสังเขป ลองเปิดไปดูได้ครับ


Last Updated on Sunday, 13 September 2009 23:49
Read more...
 
วิเคราะห์ข้อสอบ 1031 PDF Print
Saturday, 12 September 2009 16:47

วิเคราะห์ข้อสอบ

วันละสองข้อไม่จำกัดดาบ

ดาบเอเป้

 

จะทำการตรวจสอบสิ่งใดบ้างภายใต้โกร่งดาบ Epee

  • ก.สายไฟฟ้า Epee ต้องยึดติดแน่นกับตัวปลั๊ก และจะต้องมีตัวบังคบสายไฟฟ้าประจำตัว ล็อคให้ยึดติดกับตัวปลั๊ก
  • ข.สายไฟฟ้า Epee แต่ละเส้นต้องมีปลอกป้องกันไฟรั่ว โดยมีแผ่นสักหลาดหรือวัสดุอื่นที่เป็นฉนวนคลุมทับ และจะต้องมีตัวบังคบสายไฟฟ้าประจำตัว ล็อคให้ยึดติดกับตัวปลั๊ก
  • ค.สายไฟฟ้า Epee มีปลอกรวมป้องกันไฟรั่วแล้วแยกออก โดยมีแผ่นสักหลาดหรือวัสดุอื่นที่เป็นฉนวนคลุมทับ และแน่ใจว่าไม่มีสายไฟพิเศษหรือสวิทช์ใดๆซ่อนอยู่ และจะต้องมีตัวบังคบสายไฟฟ้าประจำตัว ล็อคให้ยึดติดกับตัวปลั๊ก

ตามมาตรา 44.2 และ 45.3.a เป็นไปตามข้อ ค. จุดสำคัญคือการตรวจดูว่ามีอุปกรณ์สื่อสารพิเศษซ่อนอยู่ใต้โกร่งหรือไม่ กรณีที่ดาบชำรุดไม่เป็นไปตามกติกา ผู้ตัดสินจะต้องยึดดาบนั้นไว้ ให้ SEMI ตรวจสอบ

Last Updated on Sunday, 13 September 2009 23:52
 
วิเคราะห์ข้อสอบ 1041 PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Saturday, 12 September 2009 16:47

วิเคราะห์ข้อสอบ

วันละสองข้อไม่จำกัดดาบ

ดาบเอเป้

 

ความโค้งของดาบ Epee สูงสุดที่อนุญาตให้โค้งได้คือ

  • ก.ไม่บังคับ
  • ข.ต้องน้อยกว่า 1 เซนติเมตร ณ ตำแหน่งประมาณกึ่งกลางใบดาบ
  • ค.ต้องน้อยกว่า 2 เซนติเมตร casino ณ ตำแหน่งประมาณกึ่งกลางใบดาบ

ตอบข้อ ข. ความโค้งของใบดาบเมื่อวางใบดาบกับพื้นราบแล้วบริเวณที่โค้งสูงสุดของดาบเอเป้ต้องไม่เกิน 1 ซม. ในระหว่างแข่งขัน นักดาบบางคนมักเห็นประโยชน์ด้วยการดัดดาบให้โค้งมากขึ้นเพื่อให้ได้เปรียบเวลาสะบัดดาบ ผู้ตัดสินต้องมั่นสังเกตุ และบังคับให้เขาดัดดาบคืน ถ้าไม่มั่นใจสามารถหยุดการแข่งขันและทำการตรวจสอบได้ ผมเห็นผู้ตัดสินเก๋าๆบางคนจะทำอุปกรณ์เล็กๆเหมือนลูกเต๋าเป็นสีเหลี่ยมขนาดประมาณ 1X1X1 ซม.อาจจะใหญ่กว่านิดหน่อย เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงเอาไว้ใช้เป็นเครื่องช่วยตรวจสอบความโค้งของดาบ เวลาใช้ก็นำมาวางตรงกึ่งกลางดาบ ถ้าดีดผ่านก็แสดงว่าดาบนั้นโค้งเกินกว่ากำหนด พวงกุญแจที่เป็นหน้ากากเล็กที่ขายเป็นของที่ระลึกของฮังการีก็ใช้ได้ครับเพราะถูกออกแบบมาให้สามารถนำมาช่วยเป็นเครื่องมือตรวจสอบด้วย สำหรับการตรวจสอบครั้งแรกเมื่อดาบไม่ผ่านนั้นยังไม่สมควรให้ใบเหลืองแต่ควรแนะนำให้ไปแก้ไข (สำหรับในระดับนานาชาตินั้นไม่มีการอนุโลม เพราะนักดาบต้องรู้กฎกติกามาอย่างดี)ในระหว่างการเล่นถ้านักดาบดัดดาบและผู้ตัดสินสังเกตุว่ามันจะโค้งมากเกินไปก็ปรามให้เขาดัดดาบคืน ถือว่ายังไม่ถึงขั้นตรวจสอบจริงแต่ถ้าเรียกมาตรวจสอบแล้วไม่ผ่านก็ต้องให้ใบเหลือง แต่ถ้าจงใจทำทำบ่อยๆครั้งอย่าลังเลครับให้ใบเหลืองได้ทันที รับรองว่าเมื่อโดนใบเหลืองแล้วนักดาบร้อยทั้งร้อยจะระวังไม่ให้ตัวเองโดนใบแดงแน่นอน ข้อสังเกตุของผมนักดาบระดับอินเตอร์นั้นเขาจะรู้กติกาเป็นอย่างดี และจะนำมาใช้ให้ได้ประโยชน์กับเขามากที่สุด ถ้่าเราไม่แม่นยำหรือละเลยอาจเสียเกียรติศักดิ์ได้ครับ ในกติกานั้นระบุไว้ชัดเจนว่า แม้ในระหว่างการแข่งขันในยก อาวุธของนักดาบคนใดแสดงให้เห็นว่ามีความโค้งเกินกว่าที่อนุญาตไม่ว่าจะในขณะเคลื่อนที่ ระหว่างการจดดาบ หรือแม้ในขณะพร้อมจะแข่ง ก็จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกา t.114/116/120

Last Updated on Sunday, 11 May 2014 13:15
 
การฟันดาบในอังกฤษ PDF Print
Written by น.อ.ศูนย์ปืน โสมภีร์   
Sunday, 13 September 2009 16:10

ดาบอังกฤษกับดาบสไตล์อิตาลี สมัยพระนางเจ้าอลิซาเบธ หรือ ประมาณ ศตวรรษที่ 16 ผู้ที่จะสามารถเปิดโรงเรียนฟันดาบในลอนดอนได้จะต้องเป็นนักดาบระดับครูดาบ(Provost) และ ปรมาจารย์ดาบ (Master) เท่านั้น  โรงเรียนฟันดาบยุคใหม่นี้แตกต่างไปจากยุคเก่า คือ ดาบที่ใช้กลับมีปลายทู่ เพื่อกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บขณะฝึกฟันดาบ ซึ่งการฟันดาบแบบใหม่นี้สามารถดึงดูดให้คนไปเล่นฟันดาบแบบนี้มากขึ้น การเล่นฟันดาบในสมัยนั้นนิยมเล่นกันบนแท่นหรือที่เรียกว่า ปริสต ที่วางอยู่ในสนามหญ้าหน้าโรงแรม หรือในโรงละครที่อยู่ทางตอนเหนือและใต้ของกรุงลอนดอน ในยุคนั้น มีปริสตที่ใช้สำหรับเล่นฟันดาบในกรุงลอนดอนสูงถึง 150 ปริสตทีเดียว (1540-1598)  แม้ว่าการฟันดาบเป็นที่นิยมมากของชาวลอนดอนแต่การฟันดาบยังไม่จัดว่าเป็นกีฬาของชนชั้นสูงเท่าใดนัก ซึ่งแน่นอนนักดาบที่มีฝีมือส่วนใหญ่เป็นชนชั้นล่าง ครูดาบและปรมาจารย์ดาบจำนวน 78 นายในสมัยนั้นไม่เคยมีผู้ใดเลยที่ได้รับการจารึกชื่อในสถานที่สาธารณะ  ไม่นานนักการกีฬาฟันดาบสมัยใหม่ก็เป็นที่นิยมสูงมากจนการฝึกฟันดาบจริงในกรมทหารกลับได้รับความนิยมลดลงเรื่อยๆ แม้ในสังคมชั้นสูงก็เริ่มมีฉากฟันดาบในโรงละครด้วย

ในระหว่างปี1580 เทคนิคการฟันดาบเชิงรุกจากอิตาลี ซึ่งใช้ปลายดาบแหลมและใช้การแทงเป็นหลักได้แพร่หลายในชนชั้นขุนนางอังกฤษ ในขณะที่ชนชั้นล่างก็ยังคงใช้การฟันดาบดั่งเดิมอยู่ ดาบของอังกฤษสมัยนั้นมีขนาดใหญ่มากเมื่อเปรียบเทียบกับดาบของอิตาลี น้ำหนักของดาบของอังกฤษหนักมากกว่า 3 ปอนด์ ซึ่งต้องใช้ความแข็งแรงค่อนข้างมากแต่มิได้เน้นในเรื่องความว่องไว อันผิดไปจากดาบของอิตาลีที่เน้นความว่องไวมากกว่าความแข็งแรง นักดาบของอังกฤษต้องได้รับการฝึกดาบหลายรูปแบบมาก โดยเฉพาะการฝึกดาบสองมือ  อย่างไรก็ตามชนชั้นสูงมักไม่ค่อยเข้าเรียนในโรงเรียนดาบของอังกฤษเท่าใดนัก แต่มักไปเล่าเรียนในสำนักดาบอิตาลีแทน ก่อนหน้าพระนางเจ้าอลิซาเบธการเปิดโรงเรียนฟันดาบถือว่าผิดกฎหมาย พระเจ้าเอ็ดเวิรดได้สั่งปิดโรงเรียนฟันดาบทั้งหมดเนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลังของบรรดาครูดาบ ซึ่งต่อมาอีกสามศตวรรษที่พระนางเจ้าอลิซาเบธอนุมัติให้เปิดโรงเรียนเรียนดาบได้อย่างเป็นทางการ  สไตล์ฟันดาบแบบอิตาลีในอังกฤษได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและมีท่าทีว่าอยากจะแยกตัวออกไปจากสมาคมฟันดาบสมัครเล่นของอังกฤษ ด้วยความนิยมของมันทำให้การฝึกดาบแบบอิตาลีกลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาแห่งสุภาพบุรษ ยิ่งไปกว่านั้น กีฬาฟันดาบสไตล์อิตาลียังเป็นวิธีการหนึ่งในการใช้ดวลกันเพื่อปกป้องชื่อเสียงเมื่อเกิดข้อขัดแย้ง

ในปี 1586 ครูดาบอิตาลีมาเปิดโรงเรียนฟันดาบในลอนดอนหลายโรงเรียน ครูดาบบางคนรับค่าสอนฟันดาบสูงมากถึง 100 ปอนด์สำหรับการฝึกสอน ซึ่งก็เป็นที่นิยมเรียนมากในสังคมชั้นสูงของอังกฤษ ฝ่ายผู้นิยมดาบแบบของอังกฤษได้ต่อต้านการใช้ดาบแบบของอิตาลีในการดวลดาบโดยกล่าวหาว่าดาบแบบอิตาลีทำให้ผู้พลาดท่าในการดวลดาบมีแผลที่เป็นรูลึกส่งผลให้เลือดของเขาไหลออกจากตัวโดยไม่หยุด ในขณะที่ผู้ที่สนับสนุนดาบอิตาลีกล่าวว่าดาบแบบของอังกฤษเป็นดาบที่ไม่มีอานุภาพในการรบจริง แต่เป็นดาบที่ใช้เพื่อการทะเลาะวิวาทหรือในการแสดงเท่านั้น  อย่างไรก็ดีการฟันดาบในแบบของอิตาลีไม่ได้รับความนิยมในการแสดงมากนักเนื่องจากการแทงนั้นเร็วมากทำให้ดูยากกว่าการฟันดาบในสไตล์อังกฤษที่ช้ากว่าและนิยมการฟันมากกว่าการแทง  แต่การฟันดาบสไตล์อิตาลีกลับได้รับความนิยมมากในการดวลดาบ

การตั้งโรงเรียนดาบ  ในปี 1586 โรงเรียนดาบสไตล์อิตาลีในลอนดอนมีมากถึงแปดโรง การจัดลำดับชั้นของนักดาบถือว่ามีความสำคัญมาก นักดาบที่ต้องการเลื่อนชั้นเป็นครูดาบจะต้องผ่านการทดสอบลงดวลดาบกับนักดาบระดับเดียวกันอย่างน้อยหกนาย ก่อนที่สำนักดาบจะรับเข้าในสำนักดาบเพื่อรับการสอนเพิ่มระดับ นักดาบที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกจากปรมาจาย์ดาบอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งพร้อม เขาก็จะทำหนักสือถึงสมาคมดาบ  เพื่อแจ้งให้ผู้ท้าทายภายในรัศมีกรุงลอนดอนทำการแข่งขันด้วย โดยผู้เสนอท้าทายระดับผู้ฝึกจะต้องรอการรับคำท้าทายจากนักดาบระดับผู้ฝึกอย่iางน้อย 2 สัปดาห์ และระดับครูดาบต้องรอรับคำท้าจากระดับครูดาบด้วยกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์  ส่วนระดับปรจารย์ดาบต้องรอรับคำท้าจากปรมาจาย์ดาบ 8 สัปดาห์ ตามลำดับ  การแข่งขันทุกระดับจะกระทำกันท่ามกลางคณะปรมาจารย์ดาบ นักดาบระดับผู้ฝึกจะสามารถเข้ารับการสอบเป็นครูดาบจะต้องรออย่างน้อย 7 ปี และรออีก 7 ปี เพื่อสอบเป็นปรมาจารย์ดาบตามลำดับ ทั้งนี้นักดาบที่รับคำท้าแล้ว ผู้ที่ท้าจะต้องผ่านนักดาบพวกนี้ไปให้ได้มิฉะนั้นแล้วเขาก็จะไม่ผ่านการเลื่อนระดับ

Last Updated on Friday, 02 October 2009 06:36
 


Page 204 of 208

ผู้สนับสนุน

 
 
T.F.F. LOGO Final

ผู้ที่ออนไลน์ขณะนี้

We have 27 guests online

เว็ปไซต์ฟันดาบที่น่าสนใจ