หน้าหลัก งานวิชาการ งานผู้จัดการแข่งขัน การเป็น DT (The Directoire Technique) : ยากไหม
การเป็น DT (The Directoire Technique) : ยากไหม PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
งานวิชาการ - งานผู้จัดการแข่งขัน
Written by พ.อ.จักราวุธ โสมภีร์   
Monday, 12 October 2009 21:49

การเป็น DT (The Directoire Technique) ยากไหม คำตอบคือเป็นไม่ยาก แต่ถ้าจะเป็นแล้วเป็นให้ดีนั้น คงต้องอาศัยประสบการณ์ ผมจะเขียนเรื่องนี้หลายตอนจบ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นว่าการเป็น The Directoire Technique หรือเรียกย่อๆว่า DT ที่ดีนั้น ต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

ในกติกา Book 1 มาตรา 97 กำหนดหน้าที่ของ DT ไว้ 7 ข้อดังนี้

  1. ประธานเทคนิค มีอำนาจตามกฏกติกาเหนือกว่านักดาบและผู้ที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน ที่มารายงานตัว หรืออยู่ในการแข่งขันทุกคน โดยให้ถือว่าทุกคนที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขันอยู่ภายใต้การอำนวยการนี้
  2. เมื่อมีความจำเป็นสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับบรรดาการขัดแย้งทั้งปวงตามที่เห็นว่าจำเป็น
  3. รับผิดชอบในการรักษาสภาพและวินัยในระหว่างการแข่งขัน และอาจใช้บทลงโทษตามที่กำหนดไว้ในกติกา
  4. การประกาศการลงโทษทางวินัยในระหว่างการแข่งขันนั้น ประธานเทคนิคจะส่งตรงไปยังสำนักงานกลางของ  FIE รวมทั้งคำร้องขอใดๆ  เกี่ยวกับการตำหนิ การรอการลงโทษ การเพิ่มโทษ หรือการรอการลงโทษถาวร ตลอดจนการร้องขอการอุทธรณ์ขั้นสุดท้าย
  5. ประธานเทคนิค จะดำเนินการให้มีการลงโทษ ตามโทษทั้งที่ไม่มีการอุทธรณ์ หรือที่มิได้มีการรอการลงโทษ (ดู ม.95)
  6. การตัดสินของประธานเทคนิคจะใช้สิทธิในการพิจารณา (เป็นอำนาจหน้าที่ในลำดับแรก)*(ถ้าไม่ได้ข้อยุติ) เป็นผู้ทำหน้าที่อุธรณ์ไปยังกรรมาธิการควบคุมระเบียบวินัยของ FIE  
  7. บรรดาคำตัดสินของประธานเทคนิคนั้นจะต้องมีการบังคับใช้ในทันที  การอุทธรณ์ใดๆไม่ทำให้เป็นการชะงักการที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินในระหว่างการแข่งขัน

สรุปโดยรวมประธานเทคนิคทำหน้าที่ในการอำนวยการแข่งขัน ทำให้แข่งขันนั้นให้ราบรื่น โดยอาศัยกฎกติกาเป็นกรอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ในวินัยการแข่งขัน   ที่ผมเขียนมานี้ออกจะเป็นวิชาการไปสักหน่อย การที่จะเป็น DT ที่เก่งนั้นจำเป็นต้องอ่าน ทั้ง Book 1 ที่เกี่ยวกับกฎกติกาและ Book 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดการแข่งให้ละเอียด และต้องอ่านให้เข้าใจด้วย นอกจากอ่านแล้วท่านต้องเชี่ยวชาญงานทางการปฏิบัติ คือต้องได้มีโอกาสทำงานในหน้าที่ DT จริงๆสักครั้งสองครั้ง จะทำให้สามารถมองเห็นขั้นตอนของการแข่งขันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าเวลาไหนจะต้องวางแผนอย่างไรและต้องทำให้แผนนั้นบรรลุผลให้ได้ด้วย  นอกจากนี้ต้องเป็นผู้ที่สามารถประสานงานได้สิบทิศ ท่านต้องไม่ลืมว่า DT นั้นคือผู้ที่จะต้องแก้ไขปัญหาทุกอย่างในการแข่งขัน ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ DT นั้นถือเป็นผู้ที่ใหญ่สุดในการแข่งขันนั้น ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆ ขอให้ติดตามอ่านไปก่อนนะครับเพราะนี่เพิ่งเริ่มต้น บทความนี้จะเป็นเหมือนแผนที่นำทางให้กับผู้ที่สนใจอยากจะเป็น DT


ก่อนจะไปถึงเรื่องอื่นๆ เป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องแนะนำตัวเองก่อนว่า ตัวเองมีดีกรีอะไรมาบ้าง มีประสบการณ์แค่ไหน ถึงจึงหาญกล้ามาเขียนเรื่องที่กำลังจะเขียนนี้ได้ ก็คงจะเริ่มที่ การเริ่มต้นเป็น DT ผมเป็น DT ให้กับสมาคมฟันดาบฯมาตั้งแต่ปี 2543 ถ้าจำไม่ผิด บวกลบก็คงไม่ต่างจากปีที่กล่าวถึง 1 ปี นับรวมมาถึงปัจจุบันก็คงเกือบ 1 ทศวรรษ แรกๆนั้นก็เป็น DT มือใหม่ แต่อาศัยว่าทุกคนพร้อมให้ความช่วยเหลือ ตอนเริ่มต้นกับงาน DT ใหม่ๆห็นว่าเป็นงานที่น่าสนุกท้าทาย เป็นงานบริหารจัดการที่แปลกใหม่ เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา สมัยก่อนการแข่งขันในแต่ละวันจะใช้เวลายาวนานมาก บางครั้งกว่าจะถึงรอบชิงชนะเลิศก็เกือบๆเที่ยงคืน ทั้งผู้จัดและนักกีฬาต่างสะบักสะบอมกันไปตามๆกัน เมื่อผมเข้ามาเป็น DT ก็เริ่มปฏิวัติวงการ การแข่งขันโดยเฉลี่ยจะเลิกอยู่ที่ประมาณห้าโมงเย็นถึงหกโมงเย็น ทุกคนก็แฮบปี้ (ขอใช้คำนี้ล่ะครับ) จากนั้นทุกคนก็มีฉันทามติให้ผมเป็น DT อย่างเป็นทางการของสมาคมฟันดาบฯ ไม่ว่างานเล็กหรืองานใหญ่ (ผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากจะเป็นด้วยล่ะครับ ก็เลยหลอกใช้งานผมไปพรางก่อน) เมื่อเป็น DT แรกๆนั้นงานในหน้าที่ราชการยังไม่มากมายเหมือนในปัจจุบัน จึงพอปลีกตัวไปศึกษาหาความรู้ ทั้งที่สอบถามเอาจากผู้ตัดสินและนักก๊ฬาของเราที่มีโอกาสไปแข่งขันต่างประเทศ ปะติดปะต่อกับที่อ่านจาก Book 2 ชนิดที่อ่านแล้วอ่านอีกไม่รู้กี่สิบเที่ยว เพราะต้องการให้การแข่งขันในประเทศของเราเข้าสู่ระบบมาตรฐาน สมัยนั้นไม่มีโปรแกรม Engrade มาช่วยงานแบบสมัยนี้ ผมคิดไปไกลถึงขั้นที่จะเขียนโปรแกรมมาใช้งานเอง ที่จริงได้เขียนไปบางส่วนแล้วด้วยซ้ำครับ แต่บังเอิญว่าเจ้า Engrade คลอดออกมาเสียก่อน หลังจากเป็น DT ได้หนึ่งถึงสองปีผ่านไป ระบบการแข่งขันของประเทศไทยก็เข้าสู่ระบบมาตรฐานเทียบเท่ากับ FIE เมื่อได้มีโอกาส Go Inter งานแรกก็ไปอาสาเป็น DT ร่วมกับประเทศเจ้าภาพคือฮ่องกงในการจัดเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเซีย หลังจากนั้นก็ก้าวไปเป็น DT ใหญ่จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเซีย การแข่งขัน World Cup การแข่งขันซีเกมส์  การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ซึ่งแต่ละครั้งได้เพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองมากขึ้นๆ จากการที่ได้เห็นการทำงาน และร่วมงานกับ DT ระดับโลกและระดับเอเซียที่เป็นมืออาชีพ เรียนรู้การใช้เครื่องมือที่ช่วยในการบริหารที่ไม่มีอยู่ในตำรา การได้แลกเปลี่ยนสนทนา การทำงานอย่างใกล้ชิด และการที่เราได้แสดงให้เขาเห็นประจักษ์ว่าเรามีขีดความสามารถในตัวเราเอง พร้อมทำทุกสิ่งด้วยตัวเองตามลำพังได้ตามกรอบมาตรฐาน การทำให้นานาชาติยอมรับและเชื่อมั่นในการเป็น DT ของทีมงานเรานั้น จึงเป็นเหมือนการจบปริญญาเอกทางฟันดาบในสาขาจัดการแข่งขันเลยทีเดียว

ประสบการณ์ที่ผมจะเรียบเรียงให้ท่านได้อ่านในตอนต่อๆไปนั้นเชื่อว่ายังไม่มี DT ท่านใดเขียนเผยแพร่มาก่อน เพราะผมเองก็พยายามหาบทความที่เกี่ยวข้องกับ DT ตาม Internet ก็ยังไม่เคยเจอเลยครับแม้แต่บทความเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนตั้งแต่การประชุมผู้จัดการทีมหัวข้อสำคัญควรมีอะไรบ้าง ความสำคัญในการประชุมผู้จักการทีม การวางแผนการแข่งขันซึ่งขึ้นอยู่กับระดับการแข่งขันว่าจะต้องจัดวางสนามแข่งขันอย่างไร กี่สนาม การวางตำแหน่งที่ตั้งการทำงานทีมงานของ DT เพื่อให้สามารถควบคุมมองเห็นสนามแข่งขันได้อย่างทั่วถึง การจัดอบรมเจ้าหน้าที่ประจำสนาม หัวข้อที่จำเป็นในการอบรม การประสานงานกับฝ่าย SEMI เรื่องต่างๆที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ การจัดแผนผังควบคุมส่วนต่างๆเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่นักดาบที่จะมาใช้บริการในเรื่องต่างๆเช่นการรายงานตัว ที่ตรวจอาวุธ ที่พักคอยก่อนเข้าสนามแข่งขันในรอบ 32 ฯลฯ การประชุมร่วมกับผู้ตัดสินหัวข้อสำคัญที่ต้องพูดคุยโดยเฉพาะด้านเทคนิค การเตรียมการเรื่องเครื่องมือ ตลอดจนการใช้เทคนิคต่างๆเพื่อช่วยในการบริหารจัดการได้รวดเร็ว สุตรการแข่งขันแบบต่างๆ รวมถึงประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่มีตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ก็คงทะยอยเขียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบอาจมีถึง 10 ตอนก็เป็นได้ครับ ผมคงขอจบตอนแรกไว้เท่านี้ครับ

Last Updated on Wednesday, 14 October 2009 20:39